
SVI59ยุคเร่งโต
เงินประกัน 2,300 ล้านฟื้นบริษัท ปีหน้านิวไฮรายได้เกิน 350 ล้าน
เงินประกัน 2,300 ล้านฟื้นบริษัท ปีหน้านิวไฮรายได้เกิน 350 ล้าน
SVI จะกลับมาสู่ยุคเร่งการเติบโตอีกครั้งในปี 2559 ปีหน้ากำไรนิวไฮ
นายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสวีไอ (SVI) เปิดเผยว่า ตอนนี้บริษัทมีความพร้อมและกำลังกลับไปเข้าสู่ยุคเร่งการเติบโตอีกครั้ง หลังบริษัทผ่านการปรับตัวและแก้ไขปัญหาหลังโรงงานไฟไหม้ที่นิคมอุตสาหกรรมบางกะดี โดยปีนี้ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3 จะออกมาดีสุดเพราะเป็นฤดูกาลของอุตสาหกรรม อีกทั้งกำลังการผลิตได้กลับมาดำเนินงานได้เต็มที่
“การที่ได้รับเงินประกันจากไฟไหม้เร็วจำนวนกว่า 2,300 ล้านบาท ทำให้บริษัทสามารถนำเงินมาลงทุนต่อและพลิกสถานการณ์ได้เร็ว โดยทั้งปีบริษัทจะกลับมามีกำไรจากปีก่อนที่ขาดทุน 304 ล้านบาท เนื่องจากโรงงานที่ไฟไหม้กลับมาเดินเครื่องได้แล้วตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 โดยโรงงานใหม่มีการใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพมากขึ้น ทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้อัตราการผลิตขั้นต้นกลับมาดีขึ้นในระดับที่ 13%” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าปีนี้รายได้จะอยู่ที่ราว 260 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะไตรมาสแรกบริษัทยังไม่สามารถผลิตสินค้าได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซมโรงงานที่ไฟไหม้
สำหรับกำไรสุทธิจากการดำเนินงานยังต่ำกว่าปีก่อน แต่หากรวมเงินที่ได้รับจากประกันมาก็จะมากกว่าปีก่อน ซึ่งเงินประกันที่เคลมไปทั้งหมด 4,600 ล้านบาท ได้มาแล้ว 2,300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าบริษัทจะรู้ผลว่าได้เงินประกันในส่วนที่เหลือภายในเดือน ม.ค.ปีหน้า โดยเงินที่ได้มาบริษัทจะไม่มีการจ่ายเงินปันผลพิเศษ เพราะบริษัทต้องการนำไปขยายการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างรวดเร็วดีกว่า
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ปี 2559 บริษัทจะกลับมามีกำไรสูงสุด (นิวไฮ) อีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะมาจากที่ SVI จะเริ่มรับรู้รายได้และกำไรของบริษัทที่คาดว่าจะสามารถสรุปการซื้อกิจการชิ้นส่วนอิเล็ก ทรอนิกส์ในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกได้ภายในสิ้นปีนี้ 1 แห่ง สำหรับใช้เป็นฐานการจำหน่ายสินค้าในทวีปยุโรป จากปัจจุบันที่กำลังเจรจาอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง
นอกจากนั้น ยังเริ่มมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากโรงงานที่กัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จและเดินเครื่องการผลิตได้ประมาณกลางปีหน้า โดยใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งสินค้าไปยังญี่ปุ่น เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปญี่ปุ่นเป็น 20% จากปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 5% ทั้งนี้เพื่อบริหารความเสี่ยงเพื่อให้สัดส่วนส่งไปยุโรปลดลง จากปัจจุบันส่งไปยุโรปถึง 70% และสหรัฐที่ 30%
“ปีหน้า SVI จะเติบโตค่อนข้างก้าวกระโดด เพราะเราจะรับรู้กำลังการผลิตใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจากการประเมินเมื่อโรงงานทั้ง 3 แห่ง ไทย ยุโรปตะวันออก และกัมพูชา เดินเครื่องได้เต็มที่พร้อมกันก็จะสามารถสร้างรายได้ถึงไตรมาสละ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และที่สำคัญหลังจากบริษัทได้ปรับปรุง และสร้างโรงงานใหม่ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ทั้งหมด ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตดีกว่าเดิม จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้นก็ดีขึ้น” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าที่จะบุกตลาดไปยังสหรัฐมากขึ้น เห็นว่าเป็นตลาดที่ควรไปเพราะจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันได้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเจรจาและดำเนินการได้ภายในปี 2560
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ได้ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น สำหรับปี 2558 และ 2559 ขึ้นปีละ 1.2% เป็น 11.2% และ 11.6% เพื่อสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ดีกว่าที่คาดในครึ่งแรกปีนี้
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังเพราะเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงในไตรมาส 2 ปี 2558 เป็นผลมาจากความต้องการที่อั้นมาจากช่วงก่อนหน้า
ในขณะที่บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์ประเภท Industrial Control Products เป็น30% ตั้งแต่ปลายปี 2558 เป็นต้นไป จาก 22% ในครึ่งแรกปีนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำเพียงแค่ 8% เท่านั้นและอาจจะฉุดอัตรากำไรขั้นต้นรวมของบริษัทให้ลดลง ถึงแม้ว่าผลกระทบทางลบจากประเด็นนี้อาจจะถูกชดเชยไปได้ด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการอ่อนค่าของเงินบาท
แต่การที่สหภาพยุโรปยกเลิกสถานะสิทธิพิเศษทางภาษีของไทยก็จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 0.40% (จากที่คาดว่าจะลดลงถึง 0.90% ดังนั้นจึงแนะนำให้ถือ โดยให้ราคาเป้าหมาย 4.60 บาท
“เราได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 4.60 บาท และอาจจะปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายขึ้น ถ้าบริษัทสามารถเรียกร้องสินไหมจากบริษัทประกันได้มากกว่าที่เราคาดไว้ที่ 2,600 ล้านบาท และมีการควบกิจการหรือการลงทุนที่จะทำให้บริษัทสามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นซึ่งจะทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้น”







