
ธุรกิจลุ้นบึ้มกระทบสั้น แนะโยกงบโหมโปรฯปลุกตลาด
เหตุวางระเบิดที่ราชประสงค์ นอกจากจะสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้วยังสร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้
เหตุวางระเบิดที่ราชประสงค์ นอกจากจะสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้วยังสร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวถือเป็นด่านแรกที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ เพราะเหตุเกิดบนย่านท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ
“เหตุระเบิดกระทบภาคท่องเที่ยวแน่นอน เพราะมีนักท่องเที่ยวเจ็บ เสียชีวิต แต่หากรัฐคลี่คลายได้เร็ว จับคนร้ายได้ มีคำตอบให้ต่างประเทศชัดเจนว่าเหตุเกิดเพราะอะไร และไม่เกิดเหตุการสูญเสียซ้ำ สถานการณ์จะคลี่คลายขึ้น การท่องเที่ยวน่าจะฟื้นตัวได้ใน 1-2 เดือน เพราะไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ส่วนปัจจุบันอาจมีนักท่องเที่ยวที่พักย่านเกิดเหตุระเบิดย้ายมาพักห่างตัวเมืองบ้าง แต่ถึงระยะหนึ่ง นักท่องเที่ยวคงเงียบไปเหมือนกันหมด” สมชัย รัตนโอภาส กรรมการผู้จัดการกลุ่มโรงแรมเอ-วัน กล่าว
เช่นเดียวกับ อรุษ นวราชกรรมการผู้จัดการ สามพรานริเวอร์ไซด์ ที่มองว่า แม้ระเบิดจะเกิดใจกลางกรุงเทพฯ แต่กระทบการท่องเที่ยวรวม สิ่งที่ห่วงคือกลุ่มบริษัท องค์กร จัดประชุม สัมมนา ท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล จะเลื่อนหรือยกเลิกเดินทาง เพราะกลุ่มนี้คำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานหรือลูกค้าที่จะเดินทางมาด้วยสูง ซึ่งสามพรานริเวอร์ไซด์มีกลุ่มที่จะมาจัดงานธีมสังสรรค์แบบไทยๆ 3 กลุ่มเดือนนี้ถึง ก.ย. ก็ยังจับตาอยู่ว่าจะมีเลื่อนหรือยกเลิกหรือไม่
ด้าน เดชา ตั้งสิน รองประธานกรรมการ โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา กล่าวว่า ส่วนกรณีระเบิดตกน้ำใกล้ท่าเรือสาทร จุดนี้เป็นอีกจุดหลักที่นักท่องเที่ยวมามาก เพื่อต่อเรือไปยังโรงแรมริมแม่น้ำ เรือท่องเที่ยว หรือมาขึ้นรถไฟฟ้า เมื่อเกิดเหตุโรงแรมย่านนี้คงต้องเพิ่มมาตรการระมัดระวัง ระยะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบว่ามากแค่ไหน หากหลังจากนี้ไม่มีเหตุอะไรอีก 1-2 เดือน การท่องเที่ยวคงกลับสู่สภาพเดิม
ธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า หากสำรวจโรงแรมที่บริษัทดูแลอยู่นั้นในช่วงที่ผ่านมาทุกโรงมีอัตราการเข้าพักมากกว่า 70% ทั้งสิ้น คาดว่าขณะนี้นักท่องเที่ยวยังคงอยู่ในช่วงที่กำลังประเมินสถานการณ์ ซึ่งคงต้องพึ่งพาการสื่อสารของภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์โดยเฉพาะพื้นที่อื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งในกรุงเทพฯ และในจังหวัดอื่นๆ
ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แม้ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุระเบิด แต่หากธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงจะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม สุดท้ายก็หลีกไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
สินธุ์ เภตรารัตน์ กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจมีเดีย บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นคาดว่าจะส่งผลให้จีดีพีของไทยอาจเติบโตไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 3-4% ขณะที่จีดีพีไตรมาส 2 ที่ออกมาประกาศล่าสุดก็เติบโตเพียง 2.8% เท่านั้น ซึ่งจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นภาคเอกชนควรมีแผนสำรองแผนเอ แผนบี และแผนซี เพื่อรองรับธุรกิจ
บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูลผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเครือสหพัฒน์ เห็นว่าเหตุการณ์วางระเบิดบริเวณราชประสงค์จะส่งผลกระทบการท่องเที่ยวไทยระยะสั้นเท่านั้น และไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะการลงทุนต้องวางแผนระยะยาว และมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะไม่ติดลบจากเหตุการณ์วางระเบิดในครั้งนี้ เพราะอัตราบริโภคยังเป็นตามภาวะปกติ จึงทำให้รายได้ของสหพัฒนพิบูลไตรมาส 3 และ 4 โต 1-3% สิ้นปีโตได้ 3% มีรายได้ที่ 3 หมื่นล้านบาท แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 7%
อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) หรือซีบีอาร์อี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งนักลงทุนได้มีการสอบถามสถานการณ์เข้ามา แต่ยังต้องรอประเมินผลกระทบ เนื่องจากขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าจะกระทบยาวไปถึงปลายปีหรือไม่
ขณะที่ ชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกฝ่ายวิชาการสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย แนะนำว่า นักการตลาดต้องปรับแผนรับมือกับภาวะเศรษฐกิจฝืดตัวลงจีดีพีอาจโตแค่ 2.7-2.8% จากปริมาณท่องเที่ยวที่จะลดลง ส่วนการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคจะชะลอตัวลงระยะสั้น โดยหั่นงบโฆษณาและหันมาจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ส่วนภาครัฐต้องโรดโชว์เร่งสร้างความเชื่อมั่นในจีน
ในช่วงเวลาอีก 4-5 เดือนที่เหลือของปี จึงเป็นช่วงเวลาที่ภาคธุรกิจจะต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อผลักดันให้การดำเนินงานใกล้เคียงกับเป้าหมายมากที่สุด ซึ่งเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง







