posttoday
ปิกนิก เทเบิล เปลี่ยนร้านกาแฟเป็นลานปิกนิกชิกๆ

ปิกนิก เทเบิล เปลี่ยนร้านกาแฟเป็นลานปิกนิกชิกๆ

18 สิงหาคม 2558

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

ปิกนิก เทเบิล ร้านกาแฟสุดชิกในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่ได้รับความนิยมจากบรรดาวัยรุ่นแดนเสือเหลืองอย่างมาก โดยจุดดึงดูดของร้านไม่ได้มีเพียงอาหารรสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคอนเซ็ปต์ในการเปลี่ยนร้านกาแฟให้กลายเป็นที่ปิกนิกใจกลางเมืองอีกด้วย ชาฮีรา จาฟาร์ เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ของตนเองด้วยการทำแซนด์วิชส่งให้เพื่อนสนิททุกวัน โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่า แค่ธุรกิจเล็กๆ นี้เองจะกลายเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับการก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว

จาฟาร์เริ่มต้นธุรกิจส่งแซนด์วิชถึงบ้านตามคำแนะนำเพื่อนสนิท ภายใต้ชื่อ “ซิมพลี แซนวิเชส” จากครัวที่บ้านของจาฟาร์ ก่อนจะพบว่าธุรกิจขยายตัวได้ดีจนครัวในบ้านไม่พอต่อการรองรับธุรกิจอีกต่อไป

ทั้งสองจึงเริ่มขยับขยายด้วยการเช่าโซโฮ (โฮมออฟฟิศ) พร้อมกับจ้างคนงานเพิ่มอีกคนเพื่อมาช่วย รับออร์เดอร์ ซื้อวัตถุดิบ รวมถึงทำแซนด์วิช แน่นอนว่ามันเป็นงานที่หนักทีเดียวสำหรับคน 3 คน

“เราเริ่มที่จะรับงานจัดเลี้ยงมากขึ้นทำให้เราต้องขยายที่ใหญ่ขึ้น เราต้องการขยายครัวขนาดใหญ่ อุปกรณ์ก็มากตามไปด้วย เพื่อรองรับธุรกิจที่ขยายตัวจนมาวันหนึ่ง ฉันก็พบว่า เรามีพร้อมทุกอย่างเลย แล้วทำไมเราไม่ทำคาเฟ่ไปเลยล่ะ” ชารีน เพื่อนสนิทของจาฟาร์ กล่าว

จากจุดนั้น ทั้งคู่จึงเริ่มทำร้านกาแฟที่มีการปูหญ้าเทียม ม้านั่ง ผ้าปูปิกนิกรวมถึงการตกแต่งบรรยากาศเหมือนได้ไปนั่งปิกนิกจริงๆ แต่อยู่ในกลางเมืองหลวง ลูกค้าสามารถที่จะเลือกนั่งมุมไหนของห้องก็ได้แถมยังมีกีตาร์ไว้ให้ลูกค้าได้เล่นผ่อนคลายอีกด้วย

จาฟาร์ กล่าวว่า การปรับมาทำธุรกิจร้านกาแฟแบบนี้ ทำให้ทั้งสองต้องปรับตัวอย่างมาก ทั้งเรื่องชั่วโมงการทำงาน การบริการลูกค้า การฝึกพนักงานและการทำการตลาด สำหรับทั้งสอง ธุรกิจขั้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทั้งสองตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ดังนั้นการจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยกรอบความคิดใหม่

นอกจากนี้ ทั้งคู่แทบไม่เคยมีความรู้ในการทำธุรกิจมาก่อนจาฟาร์เรียนจบด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ขณะที่ชารีนเรียนจบด้านกฎหมาย แต่ทั้งคู่ก็พร้อมที่จะลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยตนเอง

จาฟาร์เล่าย้อนว่า มีโอกาสได้รู้จักกับเพื่อนรักคนนี้หลังจากที่ทั้งคู่พบกันที่ออสเตรเลีย และรู้สึกสนุกกับวัฒนธรรมร้านกาแฟและการกินแซนด์วิชของแดนจิงโจ้

“ช่วงที่เรากลับมาในปี 2009 กระแสร้านกาแฟยังไม่ได้ฮิตในมาเลเซียเหมือนในปัจจุบัน เราแทบหาร้านกาแฟแบบที่ออสเตรเลียไม่ได้เลย แทบไม่ต้องพูดถึงแซนด์วิชหรือที่ปิกนิกดีๆ หรอก” จาฟาร์ กล่าวพร้อมเสริมว่า สิ่งนี้เองจึงทำให้เจ้าตัวชอบสิ่งที่ทำอยู่อย่างมาก และพอใจที่เห็นลูกค้ามีความสุขที่ได้ลิ้มรสอาหารที่ตนทำ

อย่างไรก็ตาม จาฟาร์ กับชารีนก็ไม่ได้มีแนวคิดไปในทางเดียวกันทุกเรื่อง สำหรับจาฟาร์ ธุรกิจในปัจจุบันถือว่าดีอยู่แล้ว แต่สำหรับชารีนกลับมองภาพใหญ่กว่านั้นมาก

ชารีนอยากพัฒนาธุรกิจเริ่มแรกของทั้งคู่ ซิมพลี แซนด์วิช ให้เติบโตได้ในระยะยาวถึงกลาง รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ด้วย และอยากช่วยเหลือผู้ประกอบการหน้าใหม่ด้วยการให้คำปรึกษา เพื่อที่จะไม่ต้องผิดพลาด

ชารีนยังเผยถึงแผนในอนาคตว่า มีความตั้งใจจะทำให้ธุรกิจขยายตัวในอนาคตในฐานะผู้ผลิตสินค้าแบบขายส่งออกด้วย

“เรากำลังเสาะหาหนทางความเป็นไปได้ที่จะขอใบอนุญาตและเป็นผู้สนับสนุนให้กับคู่ค้าของเรา คนส่วนใหญ่มาถามว่า เราจะสอนให้พวกเขาเริ่มธุรกิจได้ไหม ซึ่งพวกเราก็มีประสบการณ์อยากแบ่งปันเยอะทีเดียวแหละ” ชารีน กล่าว

คู่หูแดนเสือเหลืองตัดสินใจที่จะไม่ใช้ระบบแฟรนไชส์เนื่องจากทั้งคู่ตระหนักดีว่า ไม่ใช่ทุกคนจะชอบแนวคิดนี้ และเชื่อว่าธุรกิจประเภทร้านกาแฟควรมีความหลากหลายและพัฒนาลักษณะเฉพาะตัว

“ฉันยังคงตื่นเต้นกับการได้ทำในสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ และเราก็อยากจะแบ่งปันความรู้ของพวกเราด้วย” ชารีน กล่าวทิ้งท้ายไว้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน