
หาจุดต่าง
สุดสัปดาห์นี้จะมีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจชาติอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีประเด็นหลักๆ ที่จะหารือ คือ การวางแผนวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของอาเซียนหลังปี 2558 และแผนแม่บทเอสเอ็มอีอาเซียนสำหรับช่วง 10 ปีข้างหน้า
สุดสัปดาห์นี้จะมีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจชาติอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีประเด็นหลักๆ ที่จะหารือ คือ การวางแผนวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของอาเซียนหลังปี 2558 และแผนแม่บทเอสเอ็มอีอาเซียนสำหรับช่วง 10 ปีข้างหน้า
ในส่วนของเอสเอ็มอีเรียกว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจในทุกวันนี้มาก โดยข้อมูลจากรายงานดัชนีนโยบายเอสเอ็มอีอาเซียนในปี 2557 จัดทำโดยคณะทำงานวิจัยเอสเอ็มอีของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจสำหรับอาเซียนและเอเชียตะวันออก (ERIA) ระบุว่า บริษัทประมาณ 89-99% ของบริษัทในชาติอาเซียนอยู่ในกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งทำให้เกิดการจ้างงานประมาณ 52-97% ของการจ้างงานท้องถิ่น
ธุรกิจเอสเอ็มอียังสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ราว 30-53% ของจีดีพีประเทศ และมีส่วนสำคัญต่อภาคส่งออก หรือคิดเป็น 10-30% ของมูลค่าการส่งออกรวมของชาติในอาเซียน
เห็นความสำคัญของธุรกิจเอสเอ็มอีกันอย่างนี้แล้ว การวางแผนแม่บทเพื่อสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีจึงเป็นเรื่องท้าทายไม่น้อย
จะว่าไปแล้ว ตอนนี้เป็นช่วงที่เหมาะสมสำหรับการวางแผนให้เอสเอ็มอี เพราะตอนนี้เศรษฐกิจในหลายประเทศของอาเซียน รวมถึงไทยอยู่ในภาวะซบเซา เอสเอ็มอีจำนวนมากกำลังดิ้นรนเพื่ออยู่รอด
นี่เป็นช่วงที่หา “ตัวอย่าง” เป็นกรณีศึกษาได้ง่าย ทั้ง“คนที่รอด” ว่าฝ่ามรสุมครั้งนี้ไปได้อย่างไร และ “คนที่ร่วง” ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร นอกเหนือจากปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี
อุปสรรคสำคัญที่ได้ยินกันเสมอ คือ เอสเอ็มอีมีสายป่านไม่ยาวที่จะพยุงธุรกิจของตัวเองให้อยู่รอด ในภาวะที่รายได้เข้ากระเป๋าน้อยลง หรือไม่เข้าเลย แต่อย่าลืมว่านอกจากเงินทุนแล้ว การพัฒนาสินค้าและบริการของตัวเองให้ “ฉีก” ออกมาจากคนอื่นในยุคที่การลอกเลียนแบบความสำเร็จทำได้ง่ายมากเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
เมื่อสัปดาห์ก่อน ดิฉันไปเที่ยวงานโอท็อปที่เมืองทองธานี บอกได้เลยว่ามีสินค้าประเภทเดียวกัน แต่คนละยี่ห้อเยอะมาก
“คนขาย” คือตัวหลักที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าเกิดจากลีลาการขาย ความสามารถเล่าเรื่องราวของสินค้า ทำให้สินค้าของตัวเอง “โดดเด่น” กว่าสินค้าที่เหมือนๆ กันของร้านข้างๆ ได้
อีกตัวแปรคือ “คนซื้อ” ด้วยกัน ที่เอ่ยชมสินค้ากันต่อหน้า ทำให้ลูกค้าหน้าใหม่เกิดอาการ “อยากลอง”
แม้จะเหมือนคนอื่น แต่ก็ต้องหา “ความต่าง” ให้เจอค่ะ







