
ต้องซื้อประกัน รถยนต์มั้ย
โนฮาว : สวัสดีครับ
โนฮาว : สวัสดีครับ
ปูกะตอย : สวัสดีจ้า นี่ทำไมฝนตก แต่พอข่าวออกมา ยังแล้งอยู่เลย
โนฮาว : ก็น้ำไม่ไหลเข้าเขื่อน เพราะบ้านเราป่าไม้ถูกตัดโค่นกันไปหมด ดินไม่อุ้มน้ำ ต้นน้ำแทบไม่ค่อยเหลือแล้ว
ปูกะตอย : มิน่า งั้นเราต้องร่วมมือกันปลูกต้นไม้ หยุดทำลายป่า
โนฮาว : ใช่ เราต้องมีจิตสำนึก
ปูกะตอย : รวมทั้งการขับรถยนต์ด้วย อันนี้ขอเปลี่ยนเรื่องเลยนะ เพราะทุกวันนี้คนไม่ค่อยเคารพกติกาการขับขี่รถยนต์กันเลย เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก สงสัยเราต้องซื้อประกันภัยเพิ่มเติม
โนฮาว : ประกันรถยนต์ยังงัยก็ต้องซื้ออยู่แล้ว เพราะเป็นความจำเป็น การประกันรถยนต์เป็นการประกันที่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากรถยนต์ ทั้งความเสียหายที่เกิดกับคนและกับรถและทรัพย์สินอื่นๆ
ปูกะตอย : แล้วแบ่งความคุ้มครองยังงัยบ้าง
โนฮาว : ถ้าประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ รถทุกคันต้องมีเพื่อนำไปต่อทะเบียนรถประจำปี เป็นประกันภัยที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือเป็นประกันที่คุ้มครองคน ไม่ได้คุ้มครองรถ โดยจะคุ้มครองความบาดเจ็บและเสียชีวิตให้ทุกคน
ปูกะตอย : อ้อ
โนฮาว : แล้วก็ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองคน ในส่วนที่เกินจาก พ.ร.บ.ความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์และทรัพย์สินต่างๆ รวมไปถึงคุ้มครองความสูญหายและไฟไหม้ ซึ่งความคุ้มครองจะต่างกันที่ประเภทของประกัน ไอ้ประกันนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้
ปูกะตอย : ถ้าจะซื้อล่ะ เราต้องดูอะไร
โนฮาว : ส่วนใหญ่จะดูโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น เช่น นิสัยการขับรถเป็นยังงัย ประวัติการชนบ่อยมั้ย ขับเร็วมั้ย ระยะทางในการขับทุกๆ วัน ใกล้ไกล ขับกลางคืนบ่อยมั้ย จอดรถเอาไว้แถวไหนบ่อยๆ อย่างจอดริมถนน หรือจอดซ้อนคัน อะไรแบบนี้
ปูกะตอย : แสดงว่าให้ดูว่าเรามีโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ
โนฮาว : ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ทุกคนทำประกันรถในทุกกรณี แต่ก็เลือกว่าจะประกันประเภทไหนเพื่อให้เหมาะกับงบประมาณ และโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ เพราะการมีประกันรถยนต์ นอกจากให้ความคุ้มครองเราแล้ว ยังคุ้มครองทรัพย์สิน แถมช่วยในการต่อรอง คู่กรณีในกรณีเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย
ปูกะตอย : เข้าใจแล้ว วันนี้ขอตัวก่อนนะ บาย







