posttoday
หั่นเป้าส่งออกไปพม่าโต5%

หั่นเป้าส่งออกไปพม่าโต5%

06 สิงหาคม 2558

พาณิชย์หั่นเป้าส่งออกไปเมียนมา เหลือ 3-5% หลังเจอพิษจ๊าดอ่อน-เลือกตั้งใหม่

พาณิชย์หั่นเป้าส่งออกไปเมียนมา เหลือ 3-5% หลังเจอพิษจ๊าดอ่อน-เลือกตั้งใหม่

นายบูรณ์ อินธิรัตน์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ปรับลดเป้าการส่งออกจากไทยไปเมียนมาในปี 2558 เหลือเพียง 3-5% จากเดิมเมื่อต้นปีตั้งเป้าไว้ 10% เนื่องจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงหลายอย่างในเมียนมา เช่น สถานการณ์เงินจ๊าดอ่อนตัว

“เงินเฟ้อในเมียนมาสูงมาก เพราะเงินเหรียญสหรัฐไม่เพียงพอ ทุกคนแย่งกันซื้อ จากเดิมอยู่ที่ 960 จ๊าด/เหรียญสหรัฐ แต่ผ่านไปเพียง 7 เดือน ตอนนี้ค่าเงินจ๊าดอ่อนลงมาอยู่ที่ 1,200 จ๊าด/เหรียญสหรัฐ ทำให้ผู้นำเข้าสินค้าชาวเมียนมา ลดการนำเข้าสินค้าจากไทยหลายประเภท”

นอกจากนี้ เมียนมากำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ส่งผลให้รัฐบาลปัจจุบันของเมียนมา ชะลอการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการต่างๆ ส่งผลต่อเศรษฐกิจในเมียนมา และเชื่อมต่อมากระทบต่อการนำเข้าสินค้าต่างๆ จากไทย โดยเห็นแนวโน้มมาตั้งแต่ช่วงต้นปีและปรับลดลงมาอย่าง
ต่อเนื่อง

นายบูรณ์ กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งนั้น หากทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ หลังเลือกตั้งเสร็จน่าจะใช้เวลาอีก 2-3 เดือน จึงจะจัดตั้งคณะรัฐมนตรี เมื่อมีคณะรัฐมนตรีแล้ว การใช้จ่ายโครงการต่างๆ น่าจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ดี สำหรับเรื่องค่าเงินจ๊าดอ่อนตัวนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณที่ดีขึ้น

ล่าสุด สถิติการส่งออกของไทยไปยังประเทศต่างๆ จัดทำโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปเมียนมาช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2558 อยู่ที่ 2,114 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตติดลบ 0.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557

ทั้งนี้ การส่งออกจากไทยไปเมียนมาค่อนข้างเติบโตโดดเด่น เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยมูลค่าการส่งออกในปี 2557 อยู่ที่ 4,239 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตจากปี 2556 ถึง 11.90% หรือมีอัตราการเติบโตเป็นอันดับ 4 เมื่อเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลก และมีอัตราการเติบโตเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับอาเซียน เป็นรองการส่งออกไปฟิลิปปินส์เพียงประเทศเดียวเท่านั้น

นายบูรณ์ กล่าวอีกว่า เมียนมาถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย และเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตโดดเด่น ปัจจุบันจีดีพีของเมียนมาเติบโตปีละ 7-8% มีมูลค่าอยู่ที่ 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้าน นายสรศักดิ์ กีรติโชคชัยกุล นายกสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมาร์ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเมียนมา ส่งผลให้ธุรกิจไทยที่ค้าขายอยู่ในเมียนมามียอดขายลดลง เนื่องจากประชากรลดการใช้จ่าย เพื่อนำเงินไปบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ

อย่างไรก็ดี ในระยะยาวเชื่อว่าสถานการณ์การค้าในเมียนมาจะฟื้นตัวกลับมาได้ และเมียนมาจะยังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน อุทกภัยครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นการทำธุรกิจในเมียนมา เพราะอุทกภัยถือเป็นปัญหาที่หลายประเทศก็เคยเผชิญเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน