
COM7-WICEเน้นโรดโชว์
COM7 โรดโชว์พบนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ WICE เดินสายให้ข้อมูลครบ 6 จังหวัด
COM7 โรดโชว์พบนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ WICE เดินสายให้ข้อมูลครบ 6 จังหวัด
นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น (COM7) บริษัทจำหน่ายสินค้าไอทีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องครบวงจร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปให้ข้อมูลกับนักลงทุนสถาบันและลูกค้ารายใหญ่ (ไฮเน็ตเวิร์ก) ของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) โดยนักลงทุนดังกล่าวต่างซักถามถึงแนวโน้มธุรกิจและแผนการเติบโตในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายในแง่ของรายได้ปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 4-5% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1.4 หมื่นล้านบาท และจะเน้นให้ความสำคัญเรื่องความสามารถในการทำกำไร ตั้งเป้าหมายอัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็นกว่า 2% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 1.47% และในไตรมาสแรกของปีนี้สามารถเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.77% เป็นผลจากการบริหารสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ตั้งเป้าหมายภายในปี 2560 จะมีจำนวนสาขารวม 500 สาขา จากปัจจุบันที่มีจำนวน 310 สาขา หรือเปิด 40-50 สาขา/ปี ใช้ทุนระหว่าง 3-10 ล้านบาท/สาขา ขณะเดียวกันในแต่ละปีจะมีการปิดสาขาไม่ทำกำไร 20 สาขา/ปี โดยช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ปิดสาขาไม่ทำกำไรไปแล้ว 8 สาขา
ทั้งนี้ จะมีการสรุปราคาเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนครั้งแรก(ไอพีโอ) สิ้นเดือน ก.ค.นี้ และเสนอขายช่วงเดือน ส.ค.นี้
ขณะที่ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE) จะเคาะราคาเสนอขาย พร้อมกับการเซ็นสัญญาแต่งตั้งแกนนำในการจัดจำหน่ายหุ้น (อันเดอร์ไรต์) ในวันที่ 17 ก.ค. 2558 และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 28 ก.ค.นี้
นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจWICE กล่าวว่า ตามแผนระยะ 3 ปี 2557-2559 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตปีละ 20% ต่อปี และปีนี้ยังมั่นใจว่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมายหรือเห็นระดับ 800 ล้านบาท
การเติบโตดังกล่าวยังไม่นับรวมผลดีที่จะเกิดขึ้นจากการระดมทุนเสนอขายหุ้นไอพีโอ ทำให้บริษัทเกิดการลงทุนใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นคลังสินค้า ซื้อรถบรรทุกเพิ่ม และจะเป็นปัจจัยหลักผลักดันการเติบโตของบริษัทในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้ของบริษัทขณะนี้ 80% มาจากต่างประเทศ และอีก 20% มาจากในประเทศ ในอนาคตเมื่อมีคลังสินค้า จะทำให้สัดส่วนรายได้จากในประเทศขยับเพิ่มขึ้นเป็น 30% นับเป็นการกระจายความเสี่ยงประการหนึ่ง
น.ส.สุธางค์ คนศิลป กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล (KOOL) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบไฟลิ่งเสนอขาย 120 ล้านหุ้น หรือ 25% มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.25 บาท บริษัทคาดว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้ภายในปีนี้ ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน วิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ และสร้างคลังสินค้า
ทั้งนี้ KOOL ประกอบธุรกิจจัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พัดลมไอเย็น พัดลมไอน้ำ และพัดลมอุตสาหกรรมภายใต้ตราสินค้า MASTERKOOL และ Cooltop
นายนพชัย วีระมาน กรรมการผู้จัดการ KOOL กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีการเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2555 มีรายได้ 229.8 ล้านบาท ในปี 2556 มีรายได้ 307.5 ล้านบาท และในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 463.49 ล้านบาท ส่วนในปี 2558 มั่นใจว่า รายได้ก็จะเติบโตต่อเนื่อง สาเหตุจากอากาศร้อนจัด ร้อนนาน และฝนไม่ตก ทำให้สินค้าบริษัทเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นมาก







