posttoday
เช่าซื้องัดกลยุทธ์สู้แล้ง

เช่าซื้องัดกลยุทธ์สู้แล้ง

17 กรกฎาคม 2558

ภัยแล้งกดดันธุรกิจเช่าซื้อ จีแคปฯ ทรุดมาตั้งแต่ มี.ค. ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่

ภัยแล้งกดดันธุรกิจเช่าซื้อ จีแคปฯ ทรุดมาตั้งแต่ มี.ค. ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่

นายสันติ หอกิตติกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จี แคปปิตอล (GCAP) เปิดเผยว่า ปัญหาภัยแล้งเริ่มส่งสัญญาณกระทบต่อธุรกิจตั้งแต่เดือน มี.ค. 2558 และถึงปัจจุบันมีผลกระทบมากขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งทางตรง และด้านจิตวิทยาว่าจะมีผลถึงน้ำที่ใช้อุปโภคและบริโภคทำให้ลูกค้าชะลอขอสินเชื่อ รวมถึงการชะลอการเบิกใช้สินเชื่อเครื่องจักรกลเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มรถเกี่ยวข้าวใหม่ที่ใช้น้ำเพาะปลูก  ทำให้ยอดการปล่อย
สินเชื่อใหม่หดตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือน โดยไตรมาสแรกสินเชื่อหดตัวประมาณ 50% เทียบกับไตรมาสแรกเมื่อปี 2557

สำหรับกลยุทธ์การปรับตัวจะเพิ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่นอกเหนือจากสินเชื่อรถเกี่ยวนวดข้าวซึ่งเป็นสินเชื่อหลักถึง 100% ของพอร์ตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยแผนภายใน 3-5 ปีตั้งเป้าจะกระจายสินเชื่อ 3 กลุ่มในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันคือรถเกี่ยวนวดข้าว สินเชื่อเครื่องจักรกลเกษตรพืชไร่ และสินเชื่ออื่นๆ ขณะที่ในไตรมาส 2 เริ่มออกสินเชื่อใหม่แบบมีหลักประกัน ส่งผลให้สินเชื่ออื่นๆ เพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็นประมาณ 40% จากไตรมาสแรกมีเพียง 9% ของพอร์ตรวม และในปีนี้จะเริ่มปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ซึ่งรอใบอนุญาตอยู่

“แผนการยืนให้ธุรกิจมั่นคงต้องมี 2-3 ขา ต้องมีธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับภัยแล้งต่อยอดบริการทางการเงินกับฐานลูกค้าเดิมได้ลดความเสี่ยงในช่วงที่มีปัญหาสร้างความสมดุลของพอร์ตสินเชื่อ” นายสันติ กล่าว

ขณะที่หนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ในไตรมาสแรกอยู่ที่ประมาณ 12% จากสิ้นปี 2557 ที่ประมาณ 8% ถือว่าอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยในอดีตโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกซึ่งเป็นโลว์ซีซั่นของธุรกิจ และน่าจะทยอยดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังเพราะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ขณะที่มาตรการการดูแลลูกค้าบริษัทมีสินเชื่อเสริมสภาพคล่องเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหากลูกค้ามีแผนธุรกิจชัดเจน หรือผ่อนปรนกรอบเวลาในการเลื่อนชำระในบางราย

“หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 เตรียมทบทวนลดการเติบโตเป้าหมายปีนี้เดิมที่วางไว้ในปลายปี 2557 ที่วางเป้าสินเชื่อเติบโต 15% จากปีก่อนที่ราว 400 ล้านบาท และรายได้เติบโต 13-14% สถานการณ์ตอนนี้ยากลำบากที่จะทำได้ตามเป้าหมายเดิม อีกทั้งยังต้องติดตามเรื่องภัยแล้งใกล้ชิดเพราะเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้” นายสันติ กล่าว

น.ส.ดวงใจ แก้วบุตตา กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ในไตรมาส 2 ภัยแล้งไม่กระทบต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญมีเพียงลูกค้ามาขอชำระแบบแบ่งจ่ายหนี้จากปกติที่ 1 ครั้ง/เดือนเป็นประมาณ 2-3 ครั้ง/เดือน ขณะที่เอ็นพีแอลไตรมาส 2 จะลดลงจากระดับปกติที่ประมาณ 4% เนื่องจากบริษัทมีระบบติดตามดูแลลูกค้าที่เข้มงวดมากขึ้นรวมถึงมีระบบพิจารณาให้สินเชื่อด้วย

“การแบ่งงวดจ่ายของลูกค้าเป็นเรื่องปกติที่เรามีอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้แนวโน้มเพิ่มขึ้นซึ่งพยายามผ่อนปรนช่วยลูกค้าด้วย เพราะสะท้อนว่าลูกค้าไม่ได้ต้องการผิดชำระหนี้” น.ส.ดวงใจ กล่าว

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เริ่มเข้ามาขอวงเงินสินเชื่อระดับ 100 ล้านบาท/รายขึ้นไป เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 4-5 ราย/เดือน จากปกติมีเพียง 2-3 ราย/ปีสะท้อนว่าธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า ในปี 2558 มั่นใจว่าการเติบโตของสินเชื่อจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 25-30% ขณะที่รายได้และกำไรก็จะเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยปี 2557 พอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท ปีนี้มีแผนขยายสาขาอีกราว 200 สาขา จากสิ้นปี 2557 ที่มีสาขาที่ประมาณ 1,000 สาขา

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) กล่าวว่า บริษัทมีลูกค้ากลุ่มเกษตรกรสัดส่วนราว 20% จากฐานลูกค้าทั้งหมด 5 กลุ่ม ส่วนกลุ่มลูกค้าเกษตรกรมีลูกค้าชั้นดี ถึง 90% ของลูกค้าเกษตรกร สะท้อนจากไตรมาส 2 ที่ยังรักษาเอ็นพีแอลระดับปกติที่ราว 1.2% ขณะที่สินเชื่อจะเติบโตถึง 50% จากปีก่อน โดยยอมรับว่าความถี่ในการทวงถามเพิ่มมากขึ้นแต่ลูกค้าเกษตรกรมีการปรับตัวหันไปรับจ้างใช้แรงงานในภาคก่อสร้างมากขึ้นจึงมั่นใจว่าทั้งปีนี้สินเชื่อจะโตได้มากกว่าเป้าเดิมที่ 30% เป็นถึงประมาณ 45-50% จากแผนการเปิดสาขาใหม่

“กำไรปีนี้จะเติบโตตามการขยายตัวของสินเชื่อจากแผนและกลยุทธ์ที่วางไว้ไม่มีอะไรน่าห่วงใน 2 ปีข้างหน้าสินเชื่อจะโตถึง 100%” นายชูชาติ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน