posttoday
ชูไทยเทียบชั้นสหรัฐ ฮับท่องเที่ยวการแพทย์

ชูไทยเทียบชั้นสหรัฐ ฮับท่องเที่ยวการแพทย์

16 กรกฎาคม 2558

ความมีเสน่ห์แบบไทยๆ ในภาคการบริการความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของประเทศ

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

ความมีเสน่ห์แบบไทยๆ ในภาคการบริการความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ทำให้ชาวต่างชาติที่เดินทางมาพักผ่อนตกหลุมรักประเทศไทยได้ไม่ยากนัก ซึ่งถือเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งสำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย

แต่ในช่วงเวลาที่ทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะชาติอาเซียนต่างใช้กลยุทธ์การท่องเที่ยวเป็นตัวชูโรงหลักในการสร้างรายได้ให้กับระบบเศรษฐกิจของตัวเอง การสร้างความแตกต่างและจุดขายใหม่จึงเป็นทางออกที่ดีในการสู้รบกับสมรภูมิที่ดุเดือด ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสินค้าทางการท่องเที่ยวหลายหมวดหมู่ของไทยไม่ถูกจัดเรียงลำดับและขาดการบริหารจัดการที่ดี ทำให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวไม่สามารถสะท้อนภาพได้ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น 

ล่าสุด กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า กระทรวงได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขวางแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในภูมิอาเซียน โดยจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันทั้งสองกระทรวง เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกัน พร้อมผลักดันให้แผนงานดังกล่าวขึ้นวาระแห่งชาติ สามารถเชื่อมโยงการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างครบวงจร

“กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งคณะทำงานคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งแผนการทำงานจะเน้นความต่อเนื่องในการส่งเสริม การพัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางรักษาพยาบาลที่มีชื่อเสียงที่สุดในชาติอาเซียน เพราะปัจจุบันโรงพยาบาล สถานรักษาพยาบาลของไทยได้รับมาตรฐานระดับโลกหลายรายการ ถือเป็นจุดขายที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้” กอบกาญจน์ กล่าว 

นอกจากนี้ แผนส่งเสริมดังกล่าวเตรียมหามาตรการให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทุกรายที่เดินทางเข้าไทยมีหลักประกันด้านสุขภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงเตรียมความพร้อมของ
ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มสปา น้ำพุร้อน ฯลฯ ให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดี เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมีกำลังซื้อสูงและเป็นกลุ่มที่พำนักในประเทศไทยระยะยาวกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวตลาดอาเซียนเริ่มให้ความสนใจรับการบริการเชิงการแพทย์ในประเทศไทยมากขึ้น วัดได้จากรายได้ปีที่ผ่านมา ตลาดอาเซียนมีนักท่องเที่ยวกลุ่มการแพทย์ประมาณ 1.8 แสนคน สร้างรายได้ 2,826 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมมีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 6.27 แสนคน สร้างรายได้ 1.1 หมื่นล้านบาท หากรัฐบาลมีแผนส่งเสริมที่ชัดเจนเชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตเฉลี่ย 5-10%

ด้าน นพ.สุพจน์ สัมฤทธิ์วนิชชา นายกสมาคมแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ปัจจุบันศักยภาพการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลไทยทั้งภาครัฐและเอกชนมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกแซงหน้าสิงคโปร์ และสามารถมีชื่อเสียงได้ไม่แพ้การรักษาพยาบาลของประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะไทยมีจุดขายด้านฝีมือการพยาบาลที่เหนือกว่า แต่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าสิงคโปร์ 30-40%

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความหลากหลายทางการท่องเที่ยว เมื่อเดินทางมารักษาพยาบาล เสริมความงาม ดูแลสุขภาพ สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายสูงและมีผู้ติดตามที่เป็นเครือญาติมาด้วย เช่น รักษาพยาบาล 1 คน จะมีผู้ติดตามอย่างน้อย 3-4 คน

อย่างไรก็ตาม ความมีศักยภาพของประเทศไทยจะไม่สามารถก้าวสู่ความเป็นชั้นนำระดับโลกได้ หากรัฐบาลไม่มีการแก้ไขกฎหมายการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางการแพทย์ของไทยให้ก้าวสู่ความเป็นสากล เพราะชาติอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ แนวทางการรักษาพยาบาลให้นักท่องเที่ยวรับรู้ได้ ซึ่งถือเป็นข้อด้อยที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับปรุง

“นอกจากนี้ รัฐบาลต้องประกาศแผนการส่งเสริมระยะสั้น กลาง ยาว ประมาณ 10-20 ปี ให้ทั่วโลกรับรู้ว่าประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นฮับเชิงการแพทย์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงภาคเอกชนสามารถรับรู้ทิศทางการเติบโตและวางแผนการลงทุนในธุรกิจล่วงหน้าได้” นพ.สุพจน์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน