จับตา "เอเอสเอ็น" โบรกเกอร์รายแรกขอชิมลางตลาดmai
เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้บริหารบริษัทนายหน้าประกันภัยมีความคิดที่จะนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดเอ็ม เอ ไอ
โดย...วารุณี อินวันนา
เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้บริหารบริษัทนายหน้าประกันภัย หรือ โบรกเกอร์ มีความคิดที่จะนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดเอ็ม เอ ไอ (mai) นั่นคือ 'บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์'ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก และขนาดบริษัทยังเล็กโดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,100 ล้านบาท เติบโต 25% จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 880 ล้านบาท
บริษัทฯ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2548 เพื่อทำธุรกิจนายหน้าประกันภัย ต่อมา ได้ยื่นขอเป็นนายหน้าประกันชีวิต เมื่อปี 2551 จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2558 ทุนจดทะเบียน 65 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 2 ล้านบาท
คณะกรรมการของบริษัทมี 6 คน ประกอบด้วย ธวัชชัย เลิศรุ่งเรือง วรรณชนก วารุณประภา ธวัชชัย ชีวานนท์ ธันวา เลาหศิริวงศ์ มนฤดี สุขพนธรัชต์ วังสันต์ ภาณุดุลกิตติ กรรมการมีอำนาจลงลายมือชื่อ มีธวัชชัย เลิศรุ่งเรือง หรือ ธวัชชัย ชีวานนท์ หรือ วรรณชนก วารุณประภา
จากรายชื่อคณะกรรมการของบริษัท ทั้ง 6 คน มองว่าแผนที่จะเข้าตลาด mai เป็นเรื่องที่เป็นไปได้สูงมาก หากฐานะการเงินของบริษัทเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตลาด mai กำหนด เพราะส่วนใหญ่ล้วนมีความรู้ด้านกฎระเบียบการเข้าจดทะเบียนเป็นอย่างดี
ธวัชชัย เลิศรุ่งเรือง คือผู้ก่อตั้งและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ บริษัท เอเอสเอ็น ไลฟ์ โบรกเกอร์ และบริษัท เอ-สแควร์เน็ตเวิร์ค ทำธุรกิจด้าน Tele Marketing & CRM ขายสินค้าทางโทรศัพท์ เพราะมองว่าธุรกิจประกันภัยมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมากในอนาคต
ทั้ง ธวัชชัย เลิศรุ่งเรือง และ ธันวา เลาหศิริวงศ์ เป็นที่รู้จักในวงการนักลงทุนเน้นคุณค่า ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุน ถึงขั้นลาออกจากงานประจำมาเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่า หรือ วีไอ เต็มตัว
ขณะที่ มลฤดี สุขพันธรัชต์ มีประสบการณ์ในการทำงานด้านบัญชีและการเงิน กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) มาหลายแห่ง และ วังสันต์ ภาณุดุลกิตติ ก็นั่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทจดทะเบียนในตลท.
รวมถึง ธวัชชัย ชีวานนท์ ที่เข้ามานั่งตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ได้ 2 เดือน มีความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับธุรกิจการขายและการบริการ โดยเคยเป็นถึง กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจบริการ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย
งานล่าสุดก่อนจะเข้ามาร่วมงานกับบริษัทเอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เป็น ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สาย Business Alignment กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ(ไอที) ธนาคารไทยพาณิชย์
ธวัชชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอเอสเอ็นฯ กล่าวว่า การตัดสินใจเข้ามานั่งบริหารบริษัทดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และกลุ่มผู้ถือหุ้นเป็นชาวไทยที่มีประสบการณ์ มีความเป็นมืออาชีพ มีแนวทางการทำงานที่โปร่งใส
"ผมมีประสบการณ์ด้านไอที การนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการตัดสินใจ และหาช่องทางใหม่ๆ ในการขายประกัน และยังมีประสบการณ์จากธนาคาร ที่มีความคล้ายคลึงกับธธุรกิจประกัน เพราะเป็นสถาบันการเงินเหมือนกัน"ธวัชชัย กล่าว
สำหรับ แผนการขยายธุรกิจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างการยอมรับในกลุ่มลูกค้า ควบคู่กับการเพิ่มยอดขายและรายได้ จะเริ่มจากการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย จากเดิมที่ขายประกันผ่านโทรศัพท์ หรือ เทเลมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัท
หนึ่ง การจัดทำ เว็บไซต์ ให้ลูกค้าเข้ามาหาบริษัท เพื่อจะได้รู้จักบริษัท จากปัจจุบันที่บริษัทจะเป็นฝ่ายโทรหาลูกค้า เว็บไซต์ของบริษัทจะพัฒนาให้ใช้ได้บนสมาร์ทโฟนด้วย
สอง เชื่อมเว็บไซต์ไปสู่การให้บริการธุรกิจประกันภัยบนมือถือ หรือ โมบาย อินชัวรันส์ จะทำให้เข้าถึงลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟนมาเป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นแล้วกับธุรกิจธนาคาร
สาม การพัฒนาช่องทางการขายผ่านลูกค้าองค์กร ซึ่งได้ศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว
ขณะที่ ช่องทางการขายผ่านเทเลมาร์เก็ตติ้ง ที่เป็นช่องทางดั้งเดิมจะเพิ่มพนักงานขายอีก 60 คน จากปัจจุบัน 200 คน เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ได้มากขึ้น จัดอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดการขายให้ได้มากขึ้น
"ความแตกต่างของการขายประกันทางโทรศัพท์ของบริษัทกับผู้ประกอบการรายอื่นโดยเฉพาะรายเล็ก คือ เรามีระบบตรวจสอบการซื้อประกันของลูกค้าถึง 100% อย่างชัดเจน ตั้งแต่ขั้นตอนการขาย หลังจบการขาย ถึงขั้นตอนกรมธรรม์ถึงมือลูกค้า ให้สิทธิ์ผู้เอาประกันภัยสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายในเวลา 30 วัน เพื่อให้ลูกค้าซื้อประกันจากบริษัทด้วยความเต็มใจและพึงพอใจ"ธวัชชัย กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มยอดขายและรายได้ในอนาคตให้เติบโตอย่างต่อเนื่องตามเกณฑ์ของการเข้าจดทะเบียนในตลาด mai โดยมีแผนที่จะเติบโต 25% ควบคู่กับการมีกำไรที่ยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิปีละ 8%-9% ของเบี้ยรับรวม
สำหรับ เหตุผลในการระดมทุน เพื่อนำเงินมาขยายธุรกิจ เพราะมองว่าประกันภัยยังขยายได้อีกมาก เพราะจำนวนประชากรที่มีประกันยังมีน้อย อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอนในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียน อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในสิ้นปีนี้


