
ภาคธุรกิจตั้งรับน้ำแล้ง ปลุกจิตสำนึก วางแผนประหยัด
สถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงกว่าทุกปีจนอาจถึงขั้นขาดน้ำกินน้ำใช้ หากสถานการณ์ยังไม่ทุเลาเบาบางลง
โดย...ทีมข่าวธุรกิจ-ตลาด
สถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงกว่าทุกปีจนอาจถึงขั้นขาดน้ำกินน้ำใช้ หากสถานการณ์ยังไม่ทุเลาเบาบางลง ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มตระหนักและหาแนวทางรับมือหากปัญหาเข้าประชิดตัว
สมชัย รัตนโอภาส กรรมการผู้จัดการ กลุ่มโรงแรมเอ-วัน ซึ่งมีโรงแรมในกรุงเทพฯ และพัทยา ระบุว่า โรงแรมจะมีบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ใช้ได้หลายวันรองรับได้ในกรณีที่เกิดภัยแล้งขึ้น และในกรณีที่เกิดปัญหาแล้งหนักจริงๆ ฝนไม่ตกยาวนาน ก็จะมีอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้ คือ การซื้อน้ำจากเอกชนซึ่งก็จะส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง
อย่างไรก็ตาม คาดว่าปัญหาจะไม่หนักถึงขั้นนั้น เนื่องจากในช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ปริมาณการใช้น้ำในโรงแรมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ในเดือน พ.ย.-มี.ค. นอกจากนี้ที่ผ่านมาโรงแรมในพัทยาก็ไม่เคยประสบปัญหาภัยแล้งอีกเลย ตั้งแต่มีบริษัทจัดการน้ำภาคตะวันออกมีโครงการท่อส่งน้ำขนาดใหญ่มายังภาคตะวันออก
ด้าน กงกฤช หิรัญกิจ ประธานกรรมการ โรงแรมสีมาธานี นครราชสีมา กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงแรมในนครราชสีมาก็จะประสบปัญหาน้ำแล้งไม่พอใช้เกือบทุกปี ทางแก้ปัญหาที่ทำได้ คือ การไปขอซื้อน้ำดิบจากภาคเอกชน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าจะเพิ่มต้นทุนให้กับธุรกิจ
“ปีนี้แล้งมาก อ่างเก็บน้ำที่จะส่งมายังนครราชสีมาเหลือปริมาณน้ำไม่ถึง 30% ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะรองรับการใช้น้ำได้พอเพียงไปจนถึงเดือน ส.ค.-ก.ย.หรือไม่ สิ่งที่ทำได้คือการมีมาตรการประหยัดน้ำ เช่น การมีกระบวนการนำน้ำใช้แล้วไปผ่านขั้นตอนการกรองแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น น้ำสำหรับรดน้ำต้นไม้ เป็นต้น” กงกฤช กล่าว
ส่วนกรณีผู้เข้าพักใช้น้ำนั้น โดยปกติโรงแรมก็จะขอความร่วมมือผู้เข้าพักตามโครงการโรงแรมใบไม้เขียวอยู่แล้ว เช่น กรณีพักเกินกว่า 1 วัน จะขอความร่วมมือไม่เปลี่ยนผ้าปูที่นอน หรือผ้าเช็ดตัว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้เข้าพักว่าจะร่วมหรือไม่ ไม่ได้บังคับ
นอกจากธุรกิจโรงแรมที่ใช้น้ำเยอะแล้ว ในโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมก็เป็นหน่วยที่บริโภคน้ำเป็นจำนวนมากและจำเป็นต้องวางแผนรับมือเช่นกัน
สมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ บริษัทในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า บริษัทบริหารอาคารชุดชุมชนลุมพินีอยู่ 124 นิติบุคคล จำนวน 9.2 หมื่นห้องชุด หรือมีประชากรว่า 1.6 แสนคน มีปริมาณใช้น้ำต่อวันรวม 1.5 หมื่นลูกบาศก์เมตร ได้เริ่มรณรงค์ให้ผู้อยู่อาศัยประหยัดน้ำ โดยทางฝ่ายจัดการจะสำรวจปริมาณน้ำใช้ทุกวัน และทำข้อมูลสรุป เพื่อให้เจ้าของร่วมรับรู้ข้อมูลการใช้น้ำของแต่ละโครงการ
“เมื่อผู้อยู่อาศัยเห็นข้อมูลการใช้น้ำในแต่ละวัน ประกอบกับการรณรงค์ของบริษัท ก็จะทำให้เกิดการตื่นตัวในการช่วยกันประหยัดน้ำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้น้ำที่ใช้สำหรับส่วนกลางก็จะมาพิจารณาว่าจะลดการใช้ได้อย่างไร เช่น น้ำใช้ทำ ความสะอาด รดต้นไม้ เป็นต้น” สมศรี กล่าว
ขณะที่ อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร มองว่า วิธีการที่ดีที่สุด คือ การสร้างจิตสำนึกของผู้อยู่อาศัยในโครงการให้ช่วยกันประหยัดน้ำ เพราะบ้านอยู่อาศัยจะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลมากกว่า โดยที่กรรมการและนิติบุคคลที่บริหารโครงการจะต้องช่วยกันรณรงค์ให้ร่วมมือกันประหยัดน้ำ
อีกธุรกิจที่ถูกมองว่าใช้น้ำในปริมาณมากๆ และอาจจะเกิดผลกระทบได้เมื่อปริมาณน้ำไม่เพียงพอ คือ ธุรกิจสวนน้ำ ซึ่งเรื่องนี้ วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิตี้วอล์ค ผู้บริหารสวนน้ำ สวนสนุก สวนสยาม เปิดเผยว่า แม้ธุรกิจสวนน้ำจะดูเหมือนเป็นธุรกิจใช้น้ำสิ้นเปลือง แต่ที่จริงแล้วไม่ได้ใช้น้ำมาก เพราะมีระบบการรีไซเคิลน้ำนำกลับมาใช้ใหม่ ขณะเดียวกันสวนสยามมีบึงขนาดใหญ่พื้นที่ 70 ไร่ ใช้เป็นพื้นที่สำรองน้ำอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องพึ่งพิงแหล่งน้ำอื่น
“หากเป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่าฝนจะตกเดือน ส.ค. สวนสยามก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะน้ำในทะเลสาบน่าจะเพียงพอรองรับการใช้งานได้กว่า 40 วัน อย่างไรก็ตามบริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะมีมาตรการรณรงค์ให้พนักงานร่วมกันประหยัดน้ำและไฟมาตั้งแต่ช่วงที่เคยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจนถึงปัจจุบัน” วุฒิชัย กล่าว
ด้าน ดวงตา พงษ์วิไลย์ ผู้จัดการใหญ่การตลาด Corporate Marketing บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า มาตรการบริหารจัดการน้ำภายในสวนน้ำ แฟนตาเซีย ลากูน ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ที่มีทั้งหมด 4 สาขานั้น บริษัทมีระบบคัดกรองน้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเครื่องปั๊มน้ำสูบน้ำเพื่อนำไปผ่านกระบวนการกรองน้ำ และมีการฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำทุกวัน ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน นอกจากนี้ยังมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างจิตสำนึกและการตระหนักรู้ไปยังลูกค้า และมีการสื่อสารไปยังพนักงานให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำอีกด้วย
ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งที่ภาคธุรกิจได้เตรียมตั้งรับหากภัยแล้งปีนี้จะวิกฤตถึงขั้นขาดน้ำกินน้ำใช้ หากร่วมมือร่วมใจกันปลุกจิตสำนึกช่วยกันประหยัดปัญหาคงเบาบางลงได้มาก







