
รถไฟฟ้าสีเขียว‘แบริ่ง-คูคต’ ซ้ายถกเรื่องโอน ขวาเซ้งต่อ
ตีปี๊บกันมานาน ในที่สุดวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2558 ถือเป็นครั้งแรกที่ “ผู้นำสูงสุด” ของ 2 หน่วยงาน
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
ตีปี๊บกันมานาน ในที่สุดวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2558 ถือเป็นครั้งแรกที่ “ผู้นำสูงสุด” ของ 2 หน่วยงานที่กำหนดชะตากรรมการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กำลังจะลากยาวออกไปจากช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และลากยาวจากหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ตั้งโต๊ะสรุปแผนกัน
ข้อมูลในทางลึกระบุว่า การหารือระหว่าง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นไปอย่างชื่นมื่น ในหลักการ กทม. พร้อมจะเข้ามารับผิดชอบบริหารการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งสองช่วง
1.สีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทร ปราการ จะเป็นรถไฟฟ้าลอยฟ้าตลอดระยะทาง 13 กม. มี 9 สถานี วงเงินลงทุน 2.86 หมื่นล้านบาท แนวเส้นทางจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีแบริ่ง ไปตามแนวเกาะกลางของถนนสุขุมวิท สิ้นสุดหน้าสถานีรถไฟฟ้าย่อยบางปิ้ง
2.สีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่หมอชิตออกไปยังชานเมืองมีทั้งสิ้น 16 สถานี วงเงิน 3.8 หมื่นล้านบาท สร้างเสร็จได้ในปี 2562 ว่ากันว่าจะมีคนใช้บริการวันละ 2-3 แสนคน
“เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการเดินรถจึงต้องเชื่อมกับโครงการเดิม รวมทั้งจะมีความคุ้มทุนและช่วยเฉลี่ยการขาดทุนดีกว่าการโอนมาเพียงช่วงเดียว จึงมอบให้ กทม.เดินรถ 2 ช่วงต่อกันไปเลย จึงมอบหมายให้ผู้บริหาร 2 หน่วยงานไปหารือให้ได้ข้อสรุปในเรื่องการส่งมอบงานและชดเชยเงินลงทุนมาภายใน 2 สัปดาห์นับจากนี้ไป” พล.อ.อ. ประจิน ชี้แจง
สำหรับข้อสรุปการบริหารการเดินรถสายสีเขียวทั้งสองช่วงได้มอบหมายให้ สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม สัญญา ชีนิมิตร ปลัดกรุงเทพมหานคร พีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และพีระพล ถาวรสุภเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปเจรจาเพื่อหาข้อยุติ
ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่า กทม.จะต้องรับภาระจ่ายค่าลงทุนก่อสร้างคืนให้กับ รฟม.ในช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 17,092 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้างงานโยธา 16,488 ล้านบาท และค่าที่ปรึกษางานโยธา 603 ล้านบาท โดยจะต้องจ่ายในครั้งเดียว ส่วนช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะต้องชดเชยให้ 28,786 ล้านบาท
นอกจากนี้ กรณีที่ กทม.รับโอนการบริหารการเดินรถสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งเป็นบริการเดินรถนอกเขต กทม. และ กทม.จะต้องเจรจากับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ด้วย
ส่วนปัญหาการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต นั้นยังมีผลกระทบด้านการจราจรในระหว่างการก่อสร้างและการรื้อย้าย โดยเฉพาะ แยกรัชโยธิน แยกเกษตรศาสตร์ และมีผลกับการจราจรใ ช่วงรัชดาภิเษกและพหลโยธิน เพราะใช้เวลาสร้าง 2 ปีครึ่ง จึงต้องหารือแนวทางการแก้ไข และต้องหาข้อสรุปในการส่งมอบพื้นที่เพราะจะมีการเวนคืนจำนวนหนึ่ง โดยในส่วนของแบริ่งมีเงินเวนคืน 1,300 ล้านบาท ช่วงคูคตประมาณ 7,800 ล้านบาท
แหล่งข่าวจาก กทม.ที่เข้าร่วมประชุมชี้แจงว่า กทม.พร้อมจะทำหน้าที่บริหารการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งสองเส้นทางและไม่มีปัญหาในการจ่ายเงิน โดยจะจ่ายค่าก่อสร้างให้ทันทีที่มีการโอนโครงการมาให้ แต่ต้องหารือกันในรายละเอียดในเรื่องของวิธีการคืนเงินค่าก่อสร้างให้ รฟม.ว่าจะเป็นวิธีใด” แหล่งข่าวเปิดเผย
แต่นั่นอาจไม่ใช่ไฮไลต์ของเรื่อง เพราะสำคัญกว่านั้นคือ กทม.ที่รับมือโครงการไปแล้วจะให้ใครเป็นผู้เดินรถ เพราะ กทม.และบริษัท กรุงเทพธนาคม ไม่เคยบริหารการเดินรถ แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญการเดินรถมากที่สุดที่จะรับไม้ต่อไปจาก กทม.แน่นอนคือ กลุ่มบีทีเอส ที่เดินรถอยู่ในปัจจุบันและมีผู้โดยสารวันละ 6 แสนคน และมีสัญญาสัมปทานเดิมเหลือแค่ปี 2572 แต่ถูก กทม.ต่อสัญญาให้ไปอีก 13 ปี ซึ่งครั้งนี้มีข้อกล่าวหาว่ามีการทำให้ กทม.เสียประโยชน์ไปถึง 6,472 ล้านบาท
ปัญหาคือ บีทีเอสจะจ่ายให้ กทม.ในอัตราเท่าใด เป็นเรื่องที่ต้องติดตามด้วยระทึกในฤทัย







