posttoday
บิ๊กบอส กลุ่มบูทิค เรียนรู้จากประสบการณ์

บิ๊กบอส กลุ่มบูทิค เรียนรู้จากประสบการณ์

24 มิถุนายน 2558

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

จุดเริ่มต้นธุรกิจของ ปรับ ทักราล ผู้บริหารธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท บูทิค ที่เข้ามาจับธุรกิจของตัวเองครั้งแรกเมื่อราวปี 2547 ด้านอสังหาริมทรัพย์ โฟกัสกลุ่มธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ พร้อมขยับไปยังธุรกิจโรงแรมระดับ 3 ดาวที่เน้นคุณภาพคู่บริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในระดับกลาง พร้อมต่อยอดสู่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียมในพัทยา และธุรกิจค้าปลีกโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ Rain Hill ในย่านสุขุมวิท 47

ล่าสุดได้หันมาขยายธุรกิจใหม่ ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ “มารุกาเมะเซเมง” จากการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท โทริดอลล์ คอร์ปอเรชั่น เพื่อนำเข้าเชนร้านอาหารอุด้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดในไทยตั้งแต่ปี 2555 โดยวางเป้าหมายเปิดสาขา “มารุกาเมะ เซเมง” ให้ได้มากกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ

จากประสบการณ์ในการทำธุรกิจของตัวเองมานานกว่า 10 ปี ปรับมองเห็นว่า หากต้องการขยายการเติบโตขององค์กร เมื่อถึงเวลาก็จำเป็นที่จะต้องขยายธุรกิจให้หลากหลาย จะเข้ามาช่วยด้านทุนหมุนเวียน หรือแคช โฟลว์ ให้กับกิจการ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เดิมที่มีอยู่จะเป็นฐานรายได้หลักของบริษัทต่อไป

ปัจจุบันเชนธุรกิจร้านอาหารคาดว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 7-9% จากปี 2557 ส่วนธุรกิจร้านอาหารทั่วไปจะเติบโตไม่มากนักราว 3-6% ด้วยมูลค่าตลาด 2.07 แสนล้านบาท คาดว่าธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยปีนี้จะเติบโตราว 4-7% ด้วยมูลค่าตลาดรวมทั้งสิ้น 3.8 แสนล้านบาท

“การเปิดให้บริการธุรกิจร้านอาหารมารุกาเมะ เซเมง ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าทำเลมีส่วนอย่างมากต่อการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ ซึ่งหากเราเปิดร้านสาขาใด แล้วไม่สร้างยอดขายคืนกลับมาได้ตามแผนที่วางไว้ เราก็จะปิดสาขานั้นทันที แล้วมองหาทำเลใหม่เปิดให้บริการ เพื่อเป็นการควบคุมต้นทุนการดำเนินธุรกิจ” ปรับ กล่าว

ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบริษัท บูทิค ประกอบด้วยโครงการภายใต้แบรนด์ต่างๆ เช่น Citadines, Oakwood​, OZO และ Hyatt Place นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม พัทยา ขนาด 252 ยูนิต และธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ โครงการ Rain Hill ย่านสุขุมวิท 47 และเตรียมแผนพัฒนาโครงการคอมมูนิตี้มอลล์อีกหนึ่งแห่งใหม่ในย่านสุขุมวิท ภายใต้แนวคิด กรีน มอลล์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กลุ่มบูทิควางเป้าหมายภายใน 7 ปีนับจากนี้จะเป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมระดับ 3 ดาว ไม่ต่ำกว่า 40-50 แห่ง ภายใต้งบลงทุนที่จะมาจากการนำกิจการเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในปีหน้า เพราะมองเห็นโอกาสจากการเข้าสู่เออีซี ที่จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของกลุ่มประชากรอาเซียน นักลงทุนต่างๆ ที่จะเดินทางมายังไทยอีกเป็นจำนวนมาก ขณะกลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ของกลุ่มบริษัท บูทิค จะเป็นตลาดอินเดีย จีน และในภูมิภาคอาเซียน ที่บริษัทมองเห็นแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มเป้าหมายนี้ที่จะเติบโตแรงมาตั้งแต่ 10-15 ปีก่อน

สำหรับปัญหาอุปสรรคที่ ปรับ ได้เรียนรู้จากการทำธุรกิจมาโดยตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น ตัวเขายอมรับว่าสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งที่มาจากปัจจัยภายในและภายนอก ที่เหนือการควบคุม อย่างปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น แต่ธุรกิจในกลุ่มของบริษัทเองไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ส่วนหนึ่งมาจากการวางธุรกิจไว้ในตำแหน่งที่ดี รวมทั้งความใส่ใจเข้าไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทันที ไม่ทิ้งไว้ ด้วยเห็นว่าหากเกิดปัญหาแล้วยิ่งเข้าไปแก้ได้เร็ว ก็จะสร้างผลเสียหายให้กับธุรกิจได้น้อยลง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่พักโรงแรมของกลุ่มบริษัทยังมีอัตราการเข้าพักในสัดส่วนสูงถึง 90% หรือใน 3 ปีก่อนอยู่ที่ 70% แม้จะมีเหตุการณ์ไม่สงบภายในประเทศก็ตาม

อย่างธุรกิจร้านอาหารหากเปิดสาขาใดแล้วไม่ดีก็ต้องรีบปิด ไม่ทิ้งไว้ รวมไปถึงการควบคุมต้นทุนธุรกิจให้คงที่ได้มากที่สุด หากมีส่วนงานด้านใดที่บริษัทไม่ชำนาญก็จะใช้วิธีการเอาต์ซอร์ส เป็นต้น ด้วยเชื่อว่าการเข้าไปเรียนรู้ทันที เพื่อให้แก้ไขปัญหาใหม่ๆ ได้นั้น ซึ่งทั้งหมดมาจากประสบการณ์การเข้าไป
คลุกคลีจริงๆ เพราะทุกธุรกิจย่อมเกิดปัญหาได้หมด

ปรับ ทิ้งท้ายว่า จากทั้งหมดที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้ยังจะสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ธุรกิจที่วางไว้ภายใน 3-5 ปีนับจากนี้ ที่กลุ่มบริษัท บูทิคจะขึ้นสู่การเป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้านที่พักโรงแรม และผู้ให้บริการธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ประเภทเส้นที่ใหญ่ที่สุดในไทย และมองไปถึงตลาดในภูมิภาคอาเซียนด้วยในอนาคต

เทคนิคบริหารกลุ่มบูทิค

เข้าตลาดเร็ว

เลือกทำเลดี

โฟกัสธุรกิจแม่นยำ

แก้ปัญหาตรงจุด

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี