
ยุคนี้เขาขาย ข้อมูลกัน (ตอน 1)
เราอยู่ในยุคอะไรกัน หลายๆ คนไม่ทราบ ...ยังนึกว่าเราอยู่ในยุคอุตสาหกรรมที่เจ้าของโรงงานร่ำรวย ...เอ๊ะ!! แล้วเดี๋ยวนี้เป็นเจ้าของโรงงานไม่รวยอย่างไร?
เราอยู่ในยุคอะไรกัน หลายๆ คนไม่ทราบ ...ยังนึกว่าเราอยู่ในยุคอุตสาหกรรมที่เจ้าของโรงงานร่ำรวย ...เอ๊ะ!! แล้วเดี๋ยวนี้เป็นเจ้าของโรงงานไม่รวยอย่างไร?
“เป็นคำถามที่ดีครับ เดี๋ยวนี้เป็นเจ้าของโรงงานไม่ดีตรงไหนล่ะ?”
หนึ่ง ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่สินค้าที่คุณรับจ้างผลิตมันขึ้นราคาลูกค้าไม่ได้ เพราะคนจ้างคุณเขามีทางเลือก ซึ่งเขาสามารถเลือกใช้โรงงานที่อื่นผลิตแทนได้ เช่น โรงงานในจีน โรงงานในเวียดนาม โรงงานที่อื่น ...ประเด็นนี้หมายความว่า วันนี้เด็กคนหนึ่งที่ลืมตาขึ้นมาดูโลก เขามีคนทั้งโลกเป็นคู่แข่ง ซึ่งมันต่างกับเด็กสมัยก่อน ที่คู่แข่งก็คือเพื่อนนักเรียนในห้อง เพื่อนนักเรียนในชั้นเรียน ...ครับ!! เดี๋ยวนี้คู่แข่งของลูกคุณ ก็คือเด็กทั้งโลก
เอาไงดีล่ะ?...ง่ายๆ ครับ ก็เอาลูกเราไปเรียนพิเศษ เรียนเปียโน เรียนกีตาร์ เรียนกีฬา เรียนเลข เรียนภาษาอังกฤษนี่ขาดไม่ได้ เรียนเสริมวิชาเรียนที่อ่อน แล้วก็เรียนเสริมวิชาเรียนที่เก่งให้เก่งขึ้นอีก จากนั้นก็เอาไปเรียนว่ายน้ำ ไปเรียนคาราเต้เพื่อป้องกันตัวเอง แล้วอย่าลืมเอาไปเรียนคอมพิวเตอร์ซึ่งยุคนี้จำเป็นมาก
อ๋อ!! อย่าลืมไปเรียนโซเชียลมีเดีย เพราะวันนี้เรื่องโซเชียลมีเดียจะมาแทนสื่อเดิม ถ้าเขาไม่รู้จักวิธีใช้จะตามคนอื่นไม่ทัน พอเด็กคนนี้เริ่มโตก็ให้เขาไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเพื่อจะได้เห็นโลกในภาพกว้างขึ้น จากนั้นก็เตรียมกลับมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งต้องเรียนพิเศษ ทุกวิชาตั้งแต่สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทย์ ชีวะ เคมี โอวว!! “มึงฆ่ากรูดีกว่า”
ถูกต้อง!! คุณรู้ไหมว่าเด็กทุกคนในประเทศไทยที่พ่อแม่พอจะมีเงิน ก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ให้กรูเรียนขนาดนี้ ฆ่าหนูเลยดีกว่า”
นี่ไงผมกำลังจะบอกคุณว่า ยุคนี้ไม่ใช่ยุคโรงงานอุตสาหกรรม แต่มันเป็นยุคของข้อมูล หรือตรงๆ ตัวคือ Information Overload Generation!! ยัดข้อมูลให้ฉันแบบนี้ บ้าไปแล้ว คิดง่ายๆ เกิดอีก 3 ชาติ ยังเรียนไม่หมดในสิ่งที่พ่อแม่อยากให้เรียน อันนี้ไม่นับที่ฉันอยากเรียนเองอีกนะ บอกตรงๆ เวลาไม่พอ แล้วทั้งหมดเพื่อจะมาเป็นคนคุณภาพ เข้าทำงานในโลกความเป็นจริง เพื่อรับเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท เยอะมากๆ คือ เยอะเกินสำหรับ Input ที่ทุ่มไปขนาดนี้กับเวลา 22 ปี ในการเตรียมตัวและลงเงินมหาศาล เพื่อได้ Output หรือเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท
ถามจริงๆ เยอะไปป่ะ? ถามต่อคุณว่ามีทางลัดหรือวิธีแก้ไหม? -- เด็กยุคนี้โคตรน่าสงสาร อย่างรุ่นผม ผมว่าผมเรียนเยอะแล้ว มาเจอเด็กยุคนี้ ผมอยากจะบอกว่า ชีวิตรุ่นพวกผมสบายกว่าเขาเยอะ ยังไม่ต้องคิดถึงรุ่นต่อไป ที่ผมว่าเกิดปั๊บ พ่อแม่ยัดเข้าเรียนพิเศษก่อนเตรียมอนุบาล จากนั้นก็เรียนพิเศษตั้งแต่อนุบาล บ้าเอ้ย!!!!!
ฮึม!! กลับมาข้อ 2 เมื่อกี้ผมค้างเรื่องของ “เจ้าของโรงงานเหนื่อยอย่างไร” มาต่อ คือ สอง ยุคนี้ไม่มีใครอยากเป็นลูกจ้าง ดังนั้นกิจการเล็กๆ หรือโรงงานเล็กๆ รับรองว่าคุณมีปัญหาเรื่องคนงานอยู่ไม่ทน ส่วนคนงานระดับบนก็สมองไหลถูกซื้อตัวไปเรียนต่อ หรือไม่ก็เปลี่ยนงาน เพราะไม่มีแล้ว Life-time employment คิดง่ายๆ ในยุคนี้เด็กที่ไม่เปลี่ยนงาน มีเหตุผลเดียว คือ มันไปไหนไม่รอดแค่นั้นแหละ เพราะคนที่ไปรอดเขาไปหมด และเป้าหมายของเด็กยุคนี้ คือต้องการมีธุรกิจส่วนตัว
ผมถามหน่อยว่าธุรกิจส่วนตัวที่ง่ายที่สุดก็หนีไม่พ้นทำสิ่งที่เคยทำในโรงงานหรือบริษัท ก็เอาความเชี่ยวชาญตรงนั้นรวมทั้งลูกค้าของบริษัทนั่นแหละเอาออกมาเปิดธุรกิจแข่งกับโรงงาน โดยตัดราคาให้ถูกลง
เรื่องนี้เป็นทุกบริษัทและทุกโรงงาน แค่นี้ก็หนาวสุดๆ หนาวจนพูดได้ว่า กำไรที่เจ้าของโรงงานเคยได้ในอดีต วันนี้เขาแค่ไม่ขาดทุน ยังคิดหนักเลย แล้วโรงงานปัจจุบันกำลังส่งไม้ต่อให้ทายาทธุรกิจ โอยย!! ไม่ต้องคิดเลย เพราะขนาดเถ้าแก่ยังจะเอาตัวไม่รอด แล้วคนเหล่านี้ส่งไม้ต่อให้ลูก ซึ่งไร้ประสบการณ์ก็รอวันเจ๊งครับ!!
สาม วันนี้โรงงานในประเทศไทยกว่า 80% เขาปรับตัวไม่ทันครับ เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ผลิตอยู่กำลังจะตกยุค ภาพก็คล้ายๆ โนเกีย ที่กำลังเมามันทำกำไรกับการเป็นผู้นำในธุรกิจมือถือ ขายดีไร้คู่แข่ง แล้ววันดีคืนดี คนทั้งโลกก็เลิกใช้โทรศัพท์ธรรมดาแล้วเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งโนเกียไม่ถนัด ผลก็คือเจ๊งนั่นเอง -- ภาพนี้คุณกำลังจะเห็นในบ้านเรากับโรงงานส่วนใหญ่ที่ปรับตัวไม่ทัน เพราะคนเหล่านี้เคยสบายมาเป็นเวลานาน
เอาจริงๆ นะ เจ้าของโรงงานยุคก่อน ยากแค่ตอนเริ่ม แต่พอได้ลูกค้า คราวนี้นั่งกระดิกเท้ารับเงิน ไม่เคยพัฒนาสินค้าอีกต่อไป เวลาขยายก็กู้มาทำสิ่งเดิม ลดต้นทุน ตัดราคา ทำแบบนี้ทุกคน ก็เลยว่าถึงยุคนี้ ที่โลกมีโรงงานมากไป สินค้าที่ผลิตเกินความต้องการ เราเข้าสู่โลกของการผลิตมากกว่าความต้องการ แล้วการบริโภคก็ไม่ได้จะขยายตัวมากมาย
พูดมา 3 ข้อ ผมว่าทายาทธุรกิจหนาวสุด เพราะไหนจะเหนื่อยเรียนๆๆๆๆ จนถึงวันนี้ จะมารับไม้ต่อโรงงานนรกของพ่อแม่ที่ี่กำลังจะเจ๊ง --- “โคตรกรรม” แต่ว่ากรรมนี้มีทางแก้นะคิดดีๆ







