
กนง.-กนส.ห่วงปัญหาหนี้เสียจากศก.ฟื้นตัวช้า
กนง.และกนส.ห่วงปัญหาหนี้เสียจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า สั่งจับตาผลกระทบในระยะต่อไป
กนง.และกนส.ห่วงปัญหาหนี้เสียจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า สั่งจับตาผลกระทบในระยะต่อไป
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. มีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน(กนส.) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ซึ่งธปท.ได้รายงานผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีความกังวลเรื่องความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินที่มีมากขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ขอภาคเอกชน ทำให้คุณภาพสินเชื่อด้อยลง แต่ปัญหาดังกล่าวยังไม่เป็นปัญหาต่อระบบธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากฐานะการเงินยังเข้มแข็ง เห็นได้จากเงินกองทุนและการกันสำรองหนี้เสียที่อยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์ ประกอบกับฐานะการเงินของธุรกิจขนาดใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีส่วนช่วยรองรับความเสี่ยงในรยะต่อไปได้รับหนึ่ง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังประเมินว่าความเสี่ยงจากการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำในระบบการเงินยังมีจำกัด แต่ยังจำเป็นที่จะต้องติดตามความเสี่ยงในรูปแบบใหม่ๆภายใต้ภาวะดอกเบี้ยต่ำต่อไป เช่นเดียวกันความผันผวนในตลาดการเงินไทยที่ได้รับจากความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกก็ยังอยู่ในวงจำกัด แต่ยังต้องติดตามดูความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการปรับขึ้นอัตราอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่อาจทำให้เกิดความผันผวนในตลาดเงินเพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย
"กนง.และกนส. มองว่ายังต้องติดตามความเสี่ยงจากการฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องต่อไป เพราะถึงแม้ว่าในปัจจุบันไม่เป็นปัญหา แต่ในระยะต่อไปอาจจะส่งผลต่อการปรับตัวของภาคเอกชน ตลอดจนฐานะการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของภาคเอกชนมากขึ้น และอาจกลับมาส่งผลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าได้"รายงานธปท.ระบุ
ทั้งนี้ ธปท.รายงานยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ล่าสุด ณ สิ้นไตรมาสแรกปีนี้ ว่า เอ็นพีแอลที่ยังไม่กันสำรอง (Gross NPL) มีสัดส่วนอยู่ที่ 2.29% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่มี 2.15% ของสินเชื่อรวม โดยเอ็นพีแอลของธุรกิจรายใหญ่ทรงตัว แต่เอ็นพีแอลของธุรกิจเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น โดยพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคลที่ไม่มีหลักประกัน







