
จ้ำม่ำ แอนด์ ดรีม เพื่อนรักไม่มีเงื่อนไข
ดรีม-ดลนภา ธรรมวัฒนะ ลูกสาวคนสวยของนภดล ธรรมวัฒนะ แนะนำเพื่อน 4 ขา มะหมาผู้อยู่ในบ้านและอยู่ในใจของทุกคนในบ้านธรรมวัฒนะให้รู้จัก
ดรีม-ดลนภา ธรรมวัฒนะ ลูกสาวคนสวยของนภดล ธรรมวัฒนะ แนะนำเพื่อน 4 ขา มะหมาผู้อยู่ในบ้านและอยู่ในใจของทุกคนในบ้านธรรมวัฒนะให้รู้จัก
เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
“ชื่อจ้ำม่ำค่ะ เพื่อนรักของดรีมเอง” ดรีม-ดลนภา ธรรมวัฒนะ ลูกสาวคนสวยของนภดล ธรรมวัฒนะ แนะนำเพื่อน 4 ขา มะหมาผู้อยู่ในบ้านและอยู่ในใจของทุกคนในบ้านธรรมวัฒนะให้รู้จัก...โน่นไงวิ่งมาโน่นแล้ว โอ้โห จ้ำม่ำจริงๆ จะไม่ชื่อนี้ไม่ได้เด็ดขาด ชิห์สุตัวอื่นน้ำหนักสูงสุด ยังไงเขาก็ไม่เกิน 8 กิโลกรัม แต่ตัวนี้ 12 กิโลจ้า!
จ้ำม่ำเสียจริงนะน้องเอ๋ย
จ้ำม่ำเป็นหมา(ยักษ์)พันธุ์ชิห์สุ ดรีมเล่าว่า ได้มาตั้งแต่เรียนอยู่อเมริกา ทั้งๆ ที่ตอนแรกคุณพ่อไม่อยากให้เลี้ยง เกรงว่าลูกสาวจะไม่โฟกัสที่การเรียน ดรีมแก้เกมด้วยการไม่เลี้ยงสุนัขระหว่างเรียนจริงๆ แต่พอใกล้จบ ได้ย่องไปที่ฟาร์มแล้วตัดสินใจซื้อมาตัวหนึ่ง คิดว่าถ้าซื้อมาเลี้ยงไว้แล้ว คุณพ่อคงไม่ใจร้ายพอจะให้ดรีมทิ้งขว้าง
คุณแม่ซึ่งเดินทางไปช่วยแพ็กของกลับเมืองไทย หลงรักจ้ำม่ำในทันที สอนอะไร บอกอะไร จ้ำม่ำก็เชื่อก็ฟัง ทำให้สองแม่ลูกเกิดอาการ “หวงหมา” กันขึ้น (ฮา) เมื่อเดินทางกลับถึงเมืองไทย คนที่ต้องปรับตัวคือจ้ำม่ำ มันเป็นหมาเมืองนอก แต่มาโตเมืองไทย “ซึ่งมันก็ปรับตัวได้ดีค่ะ”
จ้ำม่ำโอเวอร์ไซส์อย่างน่าทึ่ง ทั้งที่เลี้ยงปกติ ให้กินอะไรก็ไม่ใช่มาก ทำไมถึงใหญ่ยักษ์ อาจเพราะสายพันธุ์ส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งเพราะจ้ำม่ำเป็นตัวผู้ตัวเดียวในคอก ทำให้ได้เปรียบน้องๆ ท้องเดียวกันซึ่งเป็นตัวเมียหมด อีกอย่างคือจ้ำม่ำขนนิ่มมาก ชิห์สุส่วนใหญ่ขนจะเหมือนเส้นไหม แต่ขนจ้ำม่ำฟูนุ่มเหมือนแกะ และต้องตัดขนแบบสั้นพิเศษ เพื่อให้ดูแมน หากปล่อยให้ขนยาวไป กลัวว่าอาจทำให้ขนาดของตัวดูใหญ่และอวบเกินงาม อันนี้เป็นการอำพรางหุ่นเล็กน้อย
เพื่อนรักไม่มีเงื่อนไข
ดรีมเล่าว่า จ้ำม่ำจะมีกรงส่วนตัวเล็กๆ ที่รักมาก มาถึงเมืองไทยใหม่ๆ ซื้อกรงอย่างดีอย่างงามให้ แต่จ้ำม่ำไม่แล ต่อมาได้รับตกทอดกรงเก่าๆ เล็กๆ ได้นำมาขัดถูทำความสะอาด ปรากฏว่าจ้ำม่ำชอบกรงใบเก่านี้ มุดเข้ามุดออกและเข้าครอบครองด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าของมาแต่นั้น แม้ต่อมาจะอ้วนใหญ่อย่างที่รู้ แต่ก็ยังมุดเข้านอนในกรงใบแคบ
“ทุกวันนี้จ้ำม่ำตัวใหญ่กว่ากรงแล้ว แต่เขาก็ยังมุดเข้าไปนอน เข้าไปปุ๊บ จ้ำม่ำต้องหันหัวตัวเองออกมาวางนอกกรงทันที เพราะถ้าไม่แล้ว ตอนออกจะออกไม่ได้” น้องดรีม เล่า
กรงใบนี้อยู่ในห้องนอนของดรีม เพราะฉะนั้นก็นอนด้วยกันมาแต่ไหนแต่ไร ชอบพันธุ์นี้เพราะครั้งหนึ่งสมัยเรียนอยู่ซานฟรานฯ มีเพื่อนคนไทยนำชิห์สุมาฝากเลี้ยง บางทีฝากเป็นวีกๆ จนมีความรู้สึกว่าถ้าเลี้ยงหมา ต้องเลี้ยงพันธุ์นี้ ความรักความผูกพันนำมาซึ่งความรู้สึกของเพื่อน เพื่อนรักที่ให้ได้ทุกอย่างทั้งความรักความรู้สึกดีๆ มีให้กันตลอดทางของชีวิต
“จ้ำม่ำจะวิ่งเข้ามาทัก กระโดดเข้ามาหา ไม่ว่าดรีมจะกลับมาเศร้าหดหู่แค่ไหน แต่พอได้เจอ เขาก็เป็นแบบนี้กับเราเสมอ เป็นเพื่อนที่ไม่มีเงื่อนไขของดรีมเสมอ” ดรีมเล่า
จ้ำม่ำไม่ได้เป็นที่รักของดรีมคนเดียว แต่ของคุณพ่อคุณแม่และทุกคนในบ้าน ทุกคนรัก แต่บางทีดรีมคิดว่า มันก็แอบอิจฉาดรีมบ้าง เพราะเวลาดรีมนั่งเล่นกับคนในครอบครัว หอมคุณพ่อหรือคุณแม่ โอบกอดกันบนโซฟา เจ้าตัวนี้จะกระโดดขึ้นมาแทรกเป็นยาดำทันที เที่ยวไล่กอดไล่หอมซุกไซ้คนนู้นคนนี้ เหมือนกับว่ามันกำลังอิจฉาอยู่ ไม่รู้ไปเอาความคิดนี้มาจากไหนซิน่า...







