posttoday
คาดระดมทุน 1.2-1.5 หมื่นล้าน/ปี เกิดประโยชน์ทั้งฝั่งลาว-ไทย

คาดระดมทุน 1.2-1.5 หมื่นล้าน/ปี เกิดประโยชน์ทั้งฝั่งลาว-ไทย

15 มิถุนายน 2558

“อดิศร สิงห์สัจจะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวินไพน์ คอนซัลติ้ง ที่ปรึกษาทางการเงินของรัฐและรัฐวิสาหกิจของ สปป.ลาว

“อดิศร สิงห์สัจจะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวินไพน์ คอนซัลติ้ง ที่ปรึกษาทางการเงินของรัฐและรัฐวิสาหกิจของ สปป.ลาว ในการออกตราสารหนี้ในประเทศไทย คาดว่าในปีนี้ถึง 3 ปีข้างหน้า ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนของ สปป.ลาว จะต้องการระดมในประเทศไทยปีละ 1.2-1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งผู้ลงทุนไทยสามารถรองรับกับความต้องการได้ทั้งหมดอย่างสบาย

“สปป.ลาว ได้เพิ่มเงินในการออกและขยับอายุให้ยาวขึ้นทีละนิด เพื่อขยายฐานนักลงทุน  ซึ่งกระทรวงการเงินวางแผนจะออกขายล็อตที่ 4 มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ในเดือน มิ.ย. นอกจากจะเพิ่มอายุ 10 ปีด้วย ยังมอบหมายให้บริษัท ทริสเรทติ้ง จัดอันดับความน่าเชื่อถือ เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทประกันของไทยสามารถลงทุนได้ เพราะมีเรตติ้งแล้ว  สอดรับกับเบี้ยประกัน แทนที่จะขายในลักษณะเจาะจงให้แก่กลุ่มนักลงทุนสถาบัน รวมถึงกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้นเหมือนที่ผ่านมา”

นอกจากนั้น ทางการไทยเพิ่งออกเกณฑ์อนุญาตให้ออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศ (อินฟราทรัสต์ต่างประเทศ) คาดว่ารัฐวิสาหกิจ สปป.ลาว สนใจที่จะออกด้วย ซึ่งสามารถระดมทุนได้ยาวถึง 20 ปี แต่จะต้องดูว่ามีทรัพย์สินไหนเข้าเกณฑ์ได้ ขณะเดียวกันพันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่จะออกขายก็ยังต้องพัฒนาให้มีอายุยาวยิ่งขึ้น โดยต้องการให้นานถึง 15 ปี แต่อยู่ระหว่างการศึกษาความต้องการซื้ออยู่

“ผมเชื่อว่าพันธบัตรหรือหุ้นกู้ของลาวยังสามารถขายได้อีกมาก โดยเฉพาะธุรกิจพลังงาน  กลุ่มไฟฟ้าที่มีความมั่นคง นโยบายไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆ ธุรกิจไม่หวือหวาเมื่อมองไปในระยะยาว ทำให้เป็นที่สนใจของนักลงทุน และสอดคล้องกับความต้องการใช้เงินที่ยังต้องการเม็ดเงินลงทุนอย่างมหาศาล เพราะกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนมีมากถึง 3 หมื่นเมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันใช้ไปเพียง 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัท ผลิต-ไฟฟ้าลาว หรือ EDL-GEN ยังจะต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ออกตราสารหนี้เพียง 6,500 ล้านบาท ในปี 2557 เท่านั้น”

นอกจากนั้น เศรษฐกิจของ สปป.ลาว คล้ายของไทย ซึ่งยังเติบโตได้อีกมาก และมีการจัดพัฒนาระบบการจัดเก็บภาษีผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ เพื่อไม่ให้มีการรั่วไหลมาก ทำให้มีความสามารถในการชำระคืนหนี้ได้ทั้งหมดแน่ หากวิเคราะห์ในเชิงเสถียรภาพทางการเมืองและอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ จะพบว่า สปป.ลาว มีความมั่นคงในการเมืองอย่างมาก และมีอัตราการเติบโตของจีดีพีสูงกว่า 7% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาและในอนาคต นอกจากนี้รัฐบาล สปป.ลาว ยังมีนโยบายสนับสนุนให้มีการเติบโตในภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคธุรกิจบริการอย่างต่อเนื่อง และยังมีความพยายามที่จะลดหนี้สาธารณะให้ต่ำลงอีก

ขณะเดียวกัน ฝั่งคนซื้อคือ นักลงทุนและสถาบันไทย ก็สามารถบริหารเงินและกระจายความเสี่ยง ไม่ใช่ลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ไทยเท่านั้น นอกจาก สปป.ลาว ต่อไปก็จะมีเมียนมา กัมพูชา หรืออีกหลายประเทศเข้ามาระดมทุน เพิ่มทางเลือกใหม่ในการลงทุน พร้อมกับมีสภาพคล่องสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากสำหรับธุรกิจประกัน ที่ประชาชนใช้เป็นแหล่งในการออมเงินและลงทุนในระยะยาว จึงต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ

ดังนั้น การเข้ามาระดมทุนของ สปป.ลาว สร้างประโยชน์เป็นอย่างมาก และความสำเร็จในการระดมทุน จะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับรัฐบาลอื่นๆ ในอาเซียนที่ต้องการออกพันธบัตรจัดจำหน่ายในตลาดตราสารหนี้ไทย และยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและพัฒนาการของตลาดทุนไทย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน