posttoday
เดิมพันรถเอ็นจีวี ล้างหนี้ขสมก.

เดิมพันรถเอ็นจีวี ล้างหนี้ขสมก.

12 มิถุนายน 2558

โครงการซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและพัฒนารถขนส่งสาธารณะแล้ว ยังได้กลายเป็นเดิมพันอันสำคัญขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในการหารายได้มาชำระหนี้

โครงการซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและพัฒนารถขนส่งสาธารณะแล้ว ยังได้กลายเป็นเดิมพันอันสำคัญขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในการหารายได้มาชำระหนี้

ล่าสุด นายนเรศ บุญเปี่ยม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ขสมก. เปิดเผยถึงการชำระหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับบริษัท ปตท. ว่า ปัจจุบัน ขสมก.มียอดหนี้ค้างชำระน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ถึง 1,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้เงินต้น 1,200 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 400 ล้านบาทเป็นดอกเบี้ยค้างชำระมาตั้งแต่ปี 2552 โดยในส่วนของเงินต้นคาดว่าจะต้องรอเงินชดเชยจากรัฐบาลในโครงการรถเมล์ฟรี และบริการเชิงสังคม ในเดือน พ.ย.นี้ เพื่อนำมาชำระหนี้ แต่ในส่วนดอกเบี้ยค้างชำระ 400 ล้านบาท จะต้องมีการเจรจาเพื่อขอปรับลดลงและขอผ่อนชำระด้วย

นายนเรศ กล่าวว่า ขสมก.จะต้องพยายามหาเงินมาชำระหนี้เงินต้น 1,200 ล้านบาทก่อน หากได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลเร็วก็จะมีเงินชำระหนี้ได้เร็ว เพราะขณะนี้ถือว่าล่าช้ามานานเป็นปีแล้ว จึงหวังว่าภายในเดือน พ.ย.นี้ จะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ขสมก.ชำระคืนเงินต้นแล้ว จะเจรจากับ ปตท.เพื่อขอให้พิจารณาผ่อนผันหรือขอปรับลดภาระดอกเบี้ยค้างจ่ายลงมา โดยจะมีการพิจารณาผลประกอบการประกอบด้วย และมั่นใจว่าหากมีการนำรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน เข้าให้บริการประชาชนจะสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ ซึ่งจะทำให้ฐานะทางการเงินของ ขสมก.ดีขึ้น และเชื่อว่าจะจ่ายหนี้ดอกเบี้ยค้างชำระได้ภายในปีงบประมาณ 2559 อย่างแน่นอน

สำหรับหนี้ค่าซ่อมบำรุงนั้น จะมีการพิจารณาจัดสรรจากเงินอุดหนุนโครงการรถเมล์ฟรี

ด้าน นางปราณี ศุกระศร กรรมการและรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า จะเสนอให้คณะกรรมการบริหาร ขสมก. ที่มี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติลงนามซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ เพื่อจะได้ลงนามในสัญญาส่งมอบและสัญญาซ่อมบำรุงเป็นเวลา 10 ปี ในวันที่ 15-16 มิ.ย.นี้

สำหรับรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันนั้น กลุ่มเจวีซีซี ซึ่งมีบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน เป็นแกนนำเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางคันละ 1 แสนบาท ลดลงจากคันละ 3.65 ล้านบาท เหลือคันละ 3.55 ล้านบาท วงเงินรวมลดลงจาก 1,784 ล้านบาท เหลือ 1,738 ล้านบาท แต่มีภาระค่าซ่อมบำรุงปีที่ 1-5 รวม 825.5 ล้านบาท ค่าซ่อมในปีที่ 6-10 อีก 1,460 ล้านบาท ทำให้การจัดซื้อรถรวมซ่อมบำรุง 10 ปี รวม 4,023 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน