
คลังเล็งคลอด ซูเปอร์โฮลดิ้ง ช่วงต้นปีหน้า
คลังคาดคลอดซูเปอร์โฮลดิ้งได้ไตรมาสแรกปีหน้า สยายปีกคุมบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจด้วย
คลังคาดคลอดซูเปอร์โฮลดิ้งได้ไตรมาสแรกปีหน้า สยายปีกคุมบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจด้วย
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การจัดตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ (ซูเปอร์โฮลดิ้ง) จะดำเนินการเสร็จภายในไตรมาสแรกปี 2559 โดยมีหน้าที่สำคัญในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบด้วย บริษัท ปตท. บริษัท การท่าอากาศยานไทย ธนาคารกรุงไทย บริษัท การบินไทย และรัฐวิสาหกิจบริษัทจำกัด ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม บริษัท ทีโอที และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์
ทั้งนี้ บริษัทโฮลดิ้งจะทำหน้าที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจและบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นนโยบายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญมาก เนื่องจากที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจตั้งบริษัทลูกจำนวนมาก แต่รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทโฮลดิ้งยังอยู่ภายใต้นโยบายของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และมีกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีก 4 คน กรรมการที่มาจากตำแหน่ง 5 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน
นอกจากนี้ ในการประชุม คนร. ปลายเดือน มิ.ย.นี้ สคร.จะเสนอหลักเกณฑ์การตั้งและการกำกับดูแลบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจ หลังจากได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการระดมเจ้าหน้าที่เพื่อสรุปหลักเกณฑ์การดูแลบริษัทลูกให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่าที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ประมาณเดือน ก.ค. และ ส.ค.นี้ สคร.จะเสนอแผนยุทธศาสตร์บริหารรัฐวิสาหกิจ 5 ปี ให้ คนร.เห็นชอบ โดยจะแบ่งรัฐวิสาหกิจเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่คงเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนเดิม กลุ่มรัฐวิสาหกิจเพื่อสังคม และกลุ่มรัฐวิสาหกิจที่ต้องลดบทบาท
ขณะที่รัฐวิสาหกิจ 7 แห่งที่ คนร.ได้อนุมัติแผนฟื้นฟูนั้น สคร.อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนฟื้นฟู ซึ่งหลายแห่งดำเนินการได้ดี เช่น บริษัท การบินไทย ที่ไตรมาสล่าสุดมีกำไรถึง 4,000 ล้านบาท และจะต้องติดตามดูผลประกอบการไตรมาสต่อไปว่ายังออกมาดีหรือไม่
นายกุลิศ กล่าวว่า นโยบายการขายหุ้นในบริษัทที่กระทรวงการคลังถืออยู่นั้น ไม่ได้เป็นการหุ้นรัฐวิสาหกิจแต่เป็นหุ้นบริษัทเอกชนที่คลังถืออยู่ประมาณ 100 บริษัท เช่น โรงพยาบาล บริษัทหินอ่อน บริษัทผลิตนมข้น ซึ่งสคร.อยู่ระหว่างประเมินราคาหุ้นทั้งหมดว่ามีมูลค่าเท่าไร ส่วนบริษัทที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องจ้างที่ปรึกษามาประเมินราคา
ทั้งนี้ ในปี 2558 รัฐวิสาหกิจมีการนำส่งรายได้ล่าสุดจำนวน 1 แสนล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 1.2 แสนล้านบาท และจะมีรัฐวิสาหกิจส่งรายได้เพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาท ในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้







