เล็งลดเรือ-วันจับปลาหลังพบทำประมงเกินศักยภาพทะเลไทย
ศปมผ.สั่ง.กปม.ทำฐานข้อมูลเรือให้เสร็จในมิ.ย.นี้ เอาจริง ลดเรือ-ลดวันจับปลา หลังพบทำประมงเกินศักยภาพทะเลไทย
ศปมผ.สั่ง.กปม.ทำฐานข้อมูลเรือให้เสร็จในมิ.ย.นี้ เอาจริง ลดเรือ-ลดวันจับปลา หลังพบทำประมงเกินศักยภาพทะเลไทย
นางวราภรณ์ พรมพจน์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่าการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฏมายมีการเร่งดำเนินการเพื่อให้ไทยพ้นจากการใบเหลืองของสหภาพยุโรปที่ให้กับไทยที่ถูกระบุว่ามีการทำประมงที่ผิดกฏหมายโดยทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การบริหารและสั่งการโดยผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทประมงที่ผิดกฎหมายไอยูยู (ศปมผ.) ซึ่งล่าสุดมีคำสั่งให้กรมประมงไปทำฐานข้อมูลเรือประมงทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิ.นี้เพื่อใช้ในการพิจารณามาตรการที่จะออกมาบริหารจัดการทรัพยากรทะเลตามแนวทางที่สหภาพยุโรปได้ตั้งข้อสังเกตไว้โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ระบุว่าการทำประมงของไทยเป็นการทำประมงที่ไร้ทิศทาง
“เรายอมรับว่าปัญหาการทำประมงไทยที่ผ่านมาไม่มีระบบซึ่งครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดีที่จะมีการปฎิรูปการทำประมงของไทยให้เป็นไปตามหลักสากล ซึ่งกฎหมายใหม่ที่จะออกมาจะมีการครอบคลุมทั้งการจัดให้มีการขึ้นทะเบียนเรือ การควบคุมเรือการรายงานเรือเข้าออกและการกำหนดท่าเรือที่จะให้เรือประมงต่างชาติเข้าเทียบท่าเพื่อตรวจสอบให้เป็นไปตามไอยูยู โดยเฉพาะการคุมปริมาณเรือและการจับสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่ทะเลไทยเพื่อความยั่งยืนซึ่งอนาคตจะต้องมีการจัดโค้วต้าจับสัตว์น้ำในประเทศซึ่งจากนี้ไปเรือทุกลำต้องจดทะเบียนซึ่งก็พบว่ามีเรือจดทะเบียนกับกรมเจ้าท่าประมาณ 4 หมื่นกว่าลำ แต่มาขออนุญาตทำประมงเพียง 2 หมื่นกว่าลำ ยังมีเรือประมาณ 1หมื่นกว่าลำที่ยังไม่เข้าระบบ ซึ่งทั้งหมดต้องทำให้เสร็จในสิ้นเดือนนี้”รองอธิบดีกรมประมงกล่าว
นอกจากนั้น นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมประมงไปหามาตรการเยียวยาชาวประมงที่จะต้องได้รับผลกระทบจากมาตรการทางกฎหมายใหม่ที่จะออกเช่นการลดปริมาณเรือ การห้ามเครื่องมือประมงบางชนิด รวมถึงการซื้อคืนเรือประมงหรือเครื่องมือประมงซึ่งแนวทางทั้งหมดจะเสนอให้ผอ.ศปมผ.พิจารณา ซึ่งจะเลือกมาตรการใดอยู่ที่จำนวนเรือประมงที่จะได้ข้อสรุปจำนวนเรือที่แท้จริง
ทั้งนี้จะมีการประชุมชาวประมงผู้มีส่วนได้เสียเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมเพราะสิ่งสำคัญคือต้องไม่กระทบต่อครอบครัวเกษตรด้วยโดยตัวเลขเบื้องต้นพบว่ามีการจับสัตว์น้ำในฝั่งอ่าวไทยเกินกว่าที่ทรัยพากรมีโดยเป็นปลาหน้าดินประมาณ36 % ปลาผิวน้ำประมาณ 31%และปลากระตักยังอยู่ในประมาณสมดุลเพราะวันทำการต่อปีน้อยในขณะที่ฝั่งอันดามันมีการจับสัตว์น้ำมากเกิดศักยภาพประมาณ 3.6%
สำหรับการออกกฎหมายประมงจะยกร่างแล้วเสร็จเพื่อเสนอ ศปมผ.พิจารณาภายในมิ.ย.นี้ จากนั้นจะให้อียูพิจารณาอีกครั้งก่อนในเดือน ส.ค-ก.ย. และเสนอครม.แต่ทั้งนี้กฏหมายดังกล่าวจะต้องไม่ระเมิดสิทธิอธิปไตยของไทย
"ยอมรับว่าข้อท้วงติงต่อต่อภายหลังเข้ามาสังเกตการณ์เมื่อพ.ค.ที่ผ่านมาเป็นบทสะท้อนที่เจ็บปวด โดยอียูระบุว่าประเทศไทยไม่ได้ให้ความร่วมมือกับอียูในการควบคุมการทำประมงที่ผิดกฏหมายและพบว่าการทำประมงของไทยแปลกกว่าเกือบทุกประเทศในโลกที่เป็นทั้งผู้จับ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้แปรรูป ในขณะที่เรือประมงของไทยจำนวนมากไม่มีการจดทะเบียนเรือไม่มีการขอใบอนุญาตการทำประมง"กรมประมงระบุ
อย่างไรก็ตามผลจากการแก้ไขตามข้อสังเกตของกรมประมงคาดว่าไทยจะได้รับการขยายเวลาให้ใบเหลืองออกไปอีก 6เดือน ในขณะที่อียูมองว่าสภาพปัญหาประมงไทยน่าจะใช้เวลาแก้ไขมากกว่า 2 ปี แต่ทางรัฐบาลโดยหน่วยที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการให้ทุกอย่างแล้วเสร็จภายในเวลาปีครึ่ง
จากการศึกษาปริมาณการจับสัตว์น้ำในการทำประมงของไทยอยู่ในลักษณะของการจับเกินศักยภาพทางทะเลของไทยทำให้ปริมาณการจับที่ในปี2504จับได้300กิโลกรัมต่อชั่วโมงลดลงเหลือ24กก.ต่อชั่วโมงซึ่งกรมมีการวิจัยและเก็บตัวเลขทุกปีติดต่อกันมา32ปี เบื้องต้นพบว่าหากจะมีการบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำให้ยั่งยืนทั้งปลาผิวดิน ปลาผิวน้ำ และปลากระตัก อาจจะต้องให้ลดจำนวนวันทำประมงหรือการลดจำนวนเรือประมง โดยจำนวนวันที่เหมาะสมคือ ประมาณ85วันต่อปีโดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทยที่มีการจับสัตว์น้ำเกินศักยภาพจำนวนมาก


