posttoday
พ่อมดไอทีสิงคโปร์

พ่อมดไอทีสิงคโปร์

08 มิถุนายน 2558

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

สินค้าเทคโนโลยีเป็นสินค้าที่เกิดเร็วและตกยุคเร็ว อีกทั้งยังมีคู่แข่งจำนวนมาก การเป็นผู้นำในธุรกิจนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากต้องเกาะติดตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สินค้าที่ผลิตออกมายังต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

ครีเอทีฟ เทคโนโลยี แบรนด์เทคโนโลยีชื่อดังระดับโลก แต่น้อยคนที่รู้ว่าแบรนด์นี้มีต้นกำเนิดจากสิงคโปร์ เป็นแบรนด์ที่ชาวสิงคโปร์ภาคภูมิใจ เพราะสิงคโปร์อาจไม่ใช่ประเทศต้นตำรับด้านผลิตเทคโนโลยี แต่สามารถสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ จนเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก

ซิมวองฮู กรรมการผู้จัดการ ผู้ก่อตั้งบริษัท ครีเอทีฟ เทคโนโลยี คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว เขาสร้างบริษัทแห่งนี้ด้วยเงินทุน 6,000 เหรียญสหรัฐ ในปี 2524 โดยพัฒนาจากร้านซ่อมชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กในย่านไชน่าทาวน์ จนกลายมาเป็นบริษัทผู้ผลิตและออกแบบชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เอนเตอร์เทนเมนต์ระบบดิจิทัลส่วนบุคคล โดยครีเอทีพ เทคโนโลยี มีชื่อเสียงมากที่สุดในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียง หูฟัง และการ์ดเสียงที่ใช้อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง

แนวคิดในการทำธุรกิจของซิม คือ "ต้องการจะขายสินค้าอะไรก็ได้ให้ได้ 100 ล้านชิ้น" เขาได้นำความรู้ด้านวิศวกรรมที่มีอยู่มาใช้พัฒนาสินค้า โดยเริ่มจากการผลิตการ์ดเพลง หรือการ์ดเสียงขึ้นมาเพื่อใช้ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งการพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐานระดับโลกต้องใช้เวลานาน ซิมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเขามีห้องทดลองเพื่อใช้พัฒนาสินค้า

ในปี 2532 เขาได้เปิดตัวสินค้า Sound Blaster ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นส่วนประกอบหนึ่งในคอมพิวเตอร์ที่ช่วยสร้างและผสมเสียงต่างๆ ทำให้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เป็นเครื่องดนตรีได้ ซึ่งสร้างความพึงพอใจต่อลูกค้าอย่างมาก เนื่องจากเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่งผลให้ในปี 2533 สินค้าของครีเอทีฟเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด และสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบมัลติมีเดีย

นอกจากนี้ บริษัทยังมีสินค้าขายดี คือ เครื่องเล่นเอ็มพีสาม ที่กวาดยอดขายได้กว่า 1 แสนเครื่อง ภายใน 6 เดือนแรกที่วางตลาด

ในยุคนั้นระบบเสียงของเครื่องคอมพิวเตอร์กว่า 60% เป็นสินค้าของบริษัท ครีเอทีฟ เทคโนโลยี ขณะเดียวกันบริษัทยังขยายการผลิตไปยังสินค้ามัลติมีเดียอื่นๆ เช่น กราฟฟิก วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ดิจิทัลวิดีโอ ไดรฟ์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม วัฏจักรของสินค้าเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เมื่อสินค้าก้าวสู่จุดสูงสุดภายใน 5 ปีจากนั้น สินค้ากลุ่มการ์ดเสียงในคอมพิวเตอร์เริ่มไม่มีความจำเป็น เพราะคนหันไปอาศัยอุปกรณ์ต่อพ่วง หรือฟังเพลงจากอุปกรณ์อื่นๆ แทน จนทำให้สินค้ากลุ่มนี้ของบริษัทไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอีกต่อไป และทำให้รายได้ของบริษัทลดลงมาก

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ซิมต้องเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจเช่นกัน โดยหันมาเน้นการลงทุนซื้อบริษัทด้านเทคโนโลยีขนาดเล็ก เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นเป็นผู้ผลิตสินค้าและบริการแทน ขณะที่ครีเอทีฟฯ เป็นผู้ตัดสินใจ ควบคุมดูแล และออกแบบผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งทุกอย่างจะทำผ่านบริษัทแม่ทั้งหมด ทำให้สามารถผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาได้อยู่ตลอดเวลา เป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน

ความสำเร็จด้านธุรกิจของซิมได้รับการการันตีจากรางวัลทั้งในสิงคโปร์และต่างประเทศ เขาเคยได้รับรางวัลนักธุรกิจแห่งปีด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไอที อีกทั้งยังเป็นมหาเศรษฐีที่มีอายุน้อยที่สุดของสิงคโปร์ด้วย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่