posttoday
ลุ้นECBกระเตงกรีซ

ลุ้นECBกระเตงกรีซ

04 มิถุนายน 2558

ลุ้น ECB ประชุมด่วนหาทางออกหนี้กรีซ เอเซีย พลัส คาด กนง.ลดดอกเบี้ย

ลุ้น ECB ประชุมด่วนหาทางออกหนี้กรีซ เอเซีย พลัส คาด กนง.ลดดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นไทยดีดกลับแรงถึง 10.51 จุด แต่ไปต่อไม่ได้ เจอนักลงทุนทำกำไรระหว่างทาง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,482.07 จุด เพิ่มขึ้น 5.20 จุด มูลค่าการซื้อขาย 36,478.77 ล้านบาท โดยนักลงทุนแต่ละกลุ่มมีการซื้อขายไม่มากนัก ต่างชาติขาย 847 ล้านบาท เพราะสถานการณ์ของกรีซไม่น่าไว้วางใจ ขณะที่เงินบาทพลิกมาแข็งค่าปิดตลาดที่ 33.68-33.70 บาท/เหรียญสหรัฐ

ล่าสุด โฆษกพรรคไซรีซา พรรครัฐบาลกรีซ ส่งสัญญาณว่าอาจผิดนัดชำระหนี้ต่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันศุกร์นี้ หากกรีซและเจ้าหนี้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงให้ความช่วยเหลือทางการเงินต่อกรีซ ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 3 มิ.ย. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.05% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ตามความคาดหมาย

นักวิเคราะห์ บล.โนมูระพัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นยังคงเกาะติดการชำระหนี้ของกรีซ ซึ่งในเดือนมิ.ย.นี้มีหนี้ที่จะต้องชำระทั้งสิ้น 4 งวด เป็นเงินรวม 1,535 ล้านยูโร โดยงวดแรกวันที่ 5 มิ.ย.วงเงิน 299 ล้านยูโร และงวดที่ 2 วันที่ 12 มิ.ย.วงเงิน 337 ล้านยูโร งวดที่ 3 วันที่ 16 มิ.ย.วงเงิน 562 ล้านยูโร และงวดที่ 4 วันที่ 19 มิ.ย.วงเงิน 337 ล้านยูโร หากกรีซไม่สามารถชำระได้ก็จะกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนโดยภาพรวม แต่ก็เชื่อว่าก่อนถึงวันที่หนี้ครบกำหนดชำระธนาคารกลางยุโรปน่าจะมีการประชุมนัดพิเศษเพื่อหาทางออกของปัญหา

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส  มองว่าผลจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงติดลบ และคาดว่าทั้งปีจะอยู่ในระดับไม่ถึง 1% นั้น จะทำให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 2 ครั้ง หรืออัตราดอกเบี้ยนโยบายท้ายที่สุดแล้วจะลงไปอยู่ที่ 1% ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสู่ระดับ 34 บาท/เหรียญสหรัฐ และจะส่งผลดีต่อการส่งออก รวมถึงสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจ
ของประเทศ

สำหรับหุ้นที่จะได้ผลดีจากเงินบาทอ่อนค่า เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ให้ราคาเหมาะสมที่ 48 บาท รองลงมาคือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ให้ราคาเหมาะสมที่ 78 บาท บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) ให้ราคาเหมาะสมที่ 60 บาท และบริษัท เอสวีไอ (SVI) ให้ราคาเหมาะสมที่ 5.20 บาท ตามด้วยผู้ส่งออก Particle board คือ วนชัย กรุ๊ป (VNG) ให้ราคาเหมาะสมที่ 10.25 บาท ส่วนผู้ส่งออกอาหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) ให้ราคาเหมาะสมที่ 26 บาท และบริษัท ซีเฟรชอินดัสตรี (CFRESH) ให้ราคาเหมาะสมที่ 3.41 บาท

ขณะเดียวกันหุ้นเดินเรือเทกองที่มีรายได้เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐและยังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน สำหรับหุ้นส่งออกสินค้าเกษตรอีกกลุ่มหนึ่ง แม้จะฐานรายได้ในรูปเงินเหรียญสหรัฐเกือบ 100% และใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก แต่มีคําแนะนําเพียงถือ เพราะนอกจากธุรกิจส่งออกไม่สดใสแล้ว พบว่าราคาตลาดใกล้กับราคาที่เหมาะสมแล้ว หรือมีโอกาสเพิ่มขึ้นจํากัด คือ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) ให้ราคาเหมาะสมที่ 5 บาท

อย่างไรก็ตาม การที่เงินบาทอ่อนค่าลงทุก 1 บาท จากสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่ 33 บาท/เหรียญสหรัฐ จะหนุนให้กําไรของ KSL เพิ่มขึ้น 6.7% จากประมาณการปัจจุบัน ตามมาด้วยบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) ให้ราคาเหมาะสมที่ 14 บาท แม้ทุกๆ 1 บาทที่อ่อนค่าจากสมมติฐานจะเพิ่มกําไรให้ 7.2% จากประมาณการปัจจุบัน แต่ราคาปัจจุบันมีโอกาสเพิ่มขึ้นจํากัด

ทั้งนี้ นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง มองว่า กนง.ไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยอีก หลังปรับลด 2 ครั้งและเงินบาทอ่อน เพียงพอในการช่วยภาคส่งออกได้ระดับหนึ่ง

นายยศพณ แสงนิล ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุน บล.ยูโอบีเคย์เฮียน กล่าวว่า หุ้นไทยถูกกดดันจากปัญหาหนี้กรีซที่ยังไม่มีทางออกชัดเจน ถึงแม้ว่าตลาดมีโอกาสเกิดฟื้นทางเทคนิคได้บ้าง แต่โดยรวมยังคงเป็นขาลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องเศรษฐกิจไทย หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และมูลค่าที่ค่อนข้างแพงของตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มน้ำมันน่าจะช่วยพยุงตลาดได้บ้าง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเริ่มทรงตัวได้ดี

สำหรับกลยุทธ์ลงทุน นายยศพณ แนะนำถือเงินสด 50% และพอร์ตหุ้น 50% นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ เนื่องจากการฟื้นตัวของการส่งออกและเศรษฐกิจไทยยังไม่มีความแน่นอน แนะนำรอจังหวะดัชนีเข้าใกล้ 1,480 จุด เก็บหุ้นกลุ่มพลังงาน สื่อสาร ที่ให้ปันผลสูง ตลอดจนกลุ่มโรงพยาบาลและท่องเที่ยวที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่า

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศ ไทย) กลับมองว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยและดอกเบี้ย จะอยู่ในระดับ 1.5% ไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2559 จึงให้น้ำหนักลงทุนเท่าตลาด ในกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น ธนาคาร ไฟแนนซ์ และลีสซิ่ง ที่พักอาศัย ค้าปลีก

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน