
กม.ยาเสพติดใหม่
ปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาสำคัญ แม้จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ แต่จำนวนคดียาเสพติดยังมีจำนวนมาก ข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พบว่าในปี 2555 มีคดียาเสพติด 264,955 คดี ปี 2556 มี 312,300 คดี และปี 2557 มี 262,934 คดี
ปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาสำคัญ แม้จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ แต่จำนวนคดียาเสพติดยังมีจำนวนมาก ข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พบว่าในปี 2555 มีคดียาเสพติด 264,955 คดี ปี 2556 มี 312,300 คดี และปี 2557 มี 262,934 คดี
ปัจจุบันกฎหมายที่เกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 พ.ร.ก.ป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533 บทลงโทษต่อผู้เสพ ผู้ครอบครองไว้เพื่อเสพ ผู้ครอบครองไว้เพื่อจำหน่าย หรือผู้จูงใจ ชักนำยุ-ยง ส่งเสริมใช้อุบายหลอกลวงหรือขู่เข็ญให้ผู้อื่นเสพ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออก จะมากน้อยแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับประเภท ปริมาณที่ครอบครอง ซึ่งจะมีโทษตั้งแต่จำคุกและปรับ หรือประหารชีวิต
โดยบทลงโทษมุ่งเน้นการปราบปราม แต่ไม่ได้มีการแบ่งประเภทบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด
เมื่อกลางเดือน พ.ค. 2558 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ได้สั่งการให้ยกร่างประมวลกฎหมายยาเสพยาติด
ร่างกฎหมายฉบับนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ การแบ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรก คือ เหยื่อ พวกผู้เสพรายย่อยที่อาจถูกชักจูงล่อลวงให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรการที่จะใช้กับกลุ่มคนเหล่านี้จะเน้นการบำบัดรักษาและมาตรการอื่นแทนลงโทษจำคุก รวมถึงการดึงภาคประชาสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือบุคคลกลุ่มนี้มากขึ้น
กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มแรงงาน หรือผู้รับจ้างขนยาเสพติด อาจจะเป็นรายย่อย บางส่วนเป็นผู้เสพก่อนมาเป็นแรงงานขนยาเสพติด มาตรการที่จะใช้ คือ บำบัดรักษาส่วนหนึ่ง แต่เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นผู้จำหน่าย ผู้ลำเลียงยาเสพติด จึงต้องมีการใช้มาตรการทางอาญา แม้ว่าจะได้รับประโยชน์จากการค้ายาเสพติดแต่ก็เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับนักค้ารายใหญ่ แต่จะมีมาตรการสำคัญเน้นไปที่การใช้เครื่องมือเพื่อขยายผลไปยังกลุ่มนักค้ารายใหญ่
กลุ่มที่สาม คือ นักค้ารายใหญ่หรือนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง เป็นกลุ่มคนที่กฎหมายฉบับนี้มุ่งจะนำตัวมาลงโทษทางอาญาขั้นเด็ดขาด โดยจะนำมาจากการใช้วิธีการสืบสวนพิเศษ ที่มีทั้งการอำพรางตัวสะกดรอยการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ การสืบสวนทางการเงินเพื่อทลายเครือข่าย การใช้ช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน รวมทั้งมาตรการการยึดและอายัดทรัพย์
กฎหมายจะมีการตั้งคณะกรรมการยาเสพติดแห่งชาติ เพื่อกำหนดนโยบายแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็นเอกภาพ
นับว่าเป็นเรื่องดีหากประมวลกฎหมายฉบับนี้ออกมาใช้บังคับ เพราะในปัจจุบันมีคดียาเสพติดที่เข้าสู่ระบบการพิจารณาของศาลจำนวนมาก แม้กฎหมายยาเสพติดที่ใช้บังคับอยู่ในทุกวันนี้จะมีบทลงโทษที่หนัก แต่ศาลไม่ได้มีโอกาสในการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษที่เหมาะสมกับลักษณะของการกระทำความผิด การที่กฎหมายฉบับนี้แบ่งกลุ่มผู้กระทำผิดย่อมเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมีผลต่อคำรับสารภาพเพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ นักค้ารายใหญ่หรือนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง
การแบ่งกลุ่มคนออกยังทำให้ผู้กระทำผิดบางคนที่ไม่สมควรจะได้รับโทษจำคุกได้มีโอกาสกลับเนื้อกลับใจมาทำประโยชน์ให้กับสังคม เพราะการที่ผู้เสพรายครั้งแรกหรือเพียงครั้งสองครั้ง แต่ได้รับโทษจำคุก อาจกลับกลายเป็นว่าได้ไปเรียนรู้ช่องทางการทำตนเป็นมิจฉาชีพจากเรือนจำ
การขยายตัวของยาเสพติดอย่างรวดเร็ว ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและการพัฒนาประเทศ ประมวลกฎหมายยาเสพติดจะช่วยลดการแพร่ระบาดยาเสพติดได้







