posttoday
ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูรปรับโครงสร้างภาษีต้องรอเวลา

ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูรปรับโครงสร้างภาษีต้องรอเวลา

30 มิถุนายน 2553

การปรับโครงสร้างภาษีให้เหมาะสมทั้งตลาดเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมองในภาพรวมว่าหากเปลี่ยนแปลงแล้วจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการหรือไม่

การปรับโครงสร้างภาษีให้เหมาะสมทั้งตลาดเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมองในภาพรวมว่าหากเปลี่ยนแปลงแล้วจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการหรือไม่

โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล

การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่มีการกล่าวขวัญกันมาอย่างยาวนานสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งมีข้อเสนอมากมายเกี่ยวกับการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างภาษีรถยนต์ไทยที่ดูเหมือนจะยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ

ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. หนึ่งในผู้ที่คลุกคลีกับอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในผู้ที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภาษีสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์มาโดยตลอด แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษียานยนต์ไว้อย่างน่าสนใจ

เขาบอกว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับแนวคิดการปรับโครงสร้างภาษีอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ แต่จำเป็นต้องศึกษาในเรื่องเงื่อนไขเวลาโดยละเอียด โดยมองว่าจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาเพื่อปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ทั้งระบบอีกครั้ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับทุกฝ่าย

ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูรปรับโครงสร้างภาษีต้องรอเวลา ศุภรัตน์

หากจะมีการปรับโครงสร้างภาษีจริง รัฐบาลก็ต้องให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนในโครงการต่างๆ ได้ผลประโยชน์จากการลงทุนอย่างเต็มที่เสียก่อน โดยเฉพาะในโครงการอีโคคาร์ ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว 5 ปี ตามแผนการลงทุนเพื่อให้ได้การผลิต 1 แสนคันต่อปี หากปรับเรื่องของโครงสร้างภาษีก่อนครบกำหนดก็จะกระเทือนกับผู้ประกอบการที่ตัดสินใจลงทุนทุกราย

“ผมเชื่อว่าการปรับโครงสร้างภาษีให้เหมาะสมทั้งตลาดเป็นเรื่องที่ดี แต่เราคงต้องมองในภาพรวมว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงแล้วจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการรายใดหรือไม่ เพราะในปัจจุบันยังมีโครงการลงทุนที่อยู่ระหว่างการลงทุนอีกมาก หากมีการขยับโครงสร้างภาษีแล้วกระทบกระเทือนกับโครงการเหล่านี้ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ”

ขณะที่การลดภาษีสรรพสามิตลงมา 3% สำหรับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง อี85 นั้น เป็นเรื่องที่ดีเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์มากกว่า 1,780 ซีซี ซึ่งเป็นตลาดที่ชะลอตัวลงไปอย่างมาก และการที่รัฐบาลกำหนดเอาไว้อย่างนี้ก็จะทำให้ไม่กระทบกับตลาดรถยนต์ขนาดเล็กและอีโคคาร์ในอนาคต

ส่วนการที่มีค่ายรถออกมาเรียกร้องให้ลดภาษีรถยนต์หมวดอื่นๆ ลง 3% ตามโครงสร้างของ อี85 นั้น มองว่าเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะจะกระเทือนกับโครงสร้างภาษีหมวดหลักๆ ในภาพรวม โดยเฉพาะในส่วนของรถปิกอัพที่เสียน้อยที่สุดในปัจจุบัน ก็เป็นโปรดักต์แชมเปียนที่ควรได้รับการดูแล ซึ่งหากจะมีการปรับจริง ก็ควรรอให้มีการเปลี่ยนแปลงไปใช้พลังงานทดแทนอย่างไฮบริดหรือฟิวเซลล์ แล้วทำการปรับเพียงครั้งเดียวไปเลยจะดีกว่า เพื่อให้การปรับเป็นไปอย่างเรียบร้อย

“ผมมองว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางในเรื่องของการสนับสนุนพลังงานทดแทนในแต่ละด้านอยู่แล้ว เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและเริ่มหมดไป การที่สนับสนุนแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล หรือแม้แต่เอ็นจีวีเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเตรียมความพร้อมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่อาจขาดแคลนหรือสถานีบริการน้ำมันที่ยังมีน้อยอยู่ ก็ต้องเข้ามาจัดการให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาในอนาคต”

เขาบอกอีกว่า สิ่งที่ต้องทำอีกอย่างก็คือการกำหนดความเหมาะสมการใช้งานพลังงานแต่ละประเภท เช่น แอลพีจีเหมาะสมกับการใช้งานในครัวเรือน ซีเอ็นจีควรจะใช้กับภาคขนส่ง และควรจะมีการขยายสถานีบริการควบคู่กันไป ส่วนแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลควรจะทำคู่กันไปเพื่อชดเชยการใช้น้ำมัน โดยภาครัฐจำเป็นต้องดูแลวัตถุดิบการผลิตให้เหมาะสม

สำหรับแผนงานในส่วนของโตโยต้านั้น ศุภรัตน์ บอกว่า ตามแผนงานเดิมจะเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง อี85 ในปี 2555 โดยวางแผนที่จะเปิดตัวให้ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร-4 เลย แต่หากรัฐบาลมีการปรับแผนงานเพื่อกระตุ้นการใช้งานจริง ก็มีแนวโน้มเป็นไปได้เช่นกันที่โตโยต้าจะทำการปรับไลน์รถยนต์ให้สามารถใช้ อี85 ได้เร็วขึ้น เพื่อรับกับมาตรการของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม โตโยต้าคาดหวังว่ารัฐบาลจะเดินหน้าพิจารณาการขอลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด ที่บริษัทเสนอขอลดในหมวดของชิ้นส่วนที่ไม่สามารถทำการผลิตในประเทศได้เอาไว้ และยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยมองว่าการลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไม่ได้เข้ามา จะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมในส่วนนี้ และหากเติบโตก็จะมีผู้ที่พร้อมลงทุนในอนาคตเช่นกัน

และนี่ก็คืออีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีมุมมองที่แตกต่างในเรื่องของการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ที่ดูเหมือนจะกลายเป็นอีกปัญหาที่รอการปะทุจากผู้ประกอบการทุกฝ่ายในปัจจุบัน!!!

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี