posttoday
อนัฆ นวราช คุณค่าจากการใช้ ใช่เพียงเก็บขึ้นหิ้ง

อนัฆ นวราช คุณค่าจากการใช้ ใช่เพียงเก็บขึ้นหิ้ง

26 พฤษภาคม 2558

ของเล่นรถไดแคสของ อนัฆ นวราช ผู้บริหารสามพรานรีสอร์ท และผู้บริหารแบรนด์สินค้า PATOM ที่เห็นวางเรียงรายบนโต๊ะ ก็ทำให้ใครหลายคนต้องทึ่ง ไม่ใช่เพียงแต่จำนวนรถกว่า 400 ชิ้น แต่ด้วยความคลาสสิกของแบบรถและแบรนด์ของผู้ผลิตที่ไม่สามารถหาซื้อได้แล้วในท้องตลาดบ้านเรา ก็ทำให้เรารู้ในทันทีว่ารถของเล่นเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาลในตลาดนักสะสมของเล่นเก่า

ของเล่นรถไดแคสของ อนัฆ นวราช ผู้บริหารสามพรานรีสอร์ท และผู้บริหารแบรนด์สินค้า PATOM ที่เห็นวางเรียงรายบนโต๊ะ ก็ทำให้ใครหลายคนต้องทึ่ง ไม่ใช่เพียงแต่จำนวนรถกว่า 400 ชิ้น แต่ด้วยความคลาสสิกของแบบรถและแบรนด์ของผู้ผลิตที่ไม่สามารถหาซื้อได้แล้วในท้องตลาดบ้านเรา ก็ทำให้เรารู้ในทันทีว่ารถของเล่นเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาลในตลาดนักสะสมของเล่นเก่า

อนัฆ เล่าว่า ของเล่นเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็เป็นของที่ได้ตกทอดกันมา อีกส่วนเราเริ่มหาซื้อสะสมมาเพิ่มบ้าง โดยส่วนมากจะเริ่มจากการหาซื้อสะสมรถที่เรามีเป็นเจ้าของมาก่อน อย่างที่บ้านจะมีรถคลาสสิก
อยู่ เราก็จะไปหารถของเล่นที่เป็นโมเดลเดียวกันมาสะสม แต่หลายๆ คันที่สะสมก็ซื้อเพราะชอบในรุ่นของมัน หรือซื้อเป็นเซตสะสมก็มีเหมือนกัน

“แบรนด์ที่นิยมกันในสมัยก่อนจะเป็นแม็ทซ์บ็อกซ์ เป็นรถเหล็กสไตล์อเมริกันคลาสสิกซึ่งเดี๋ยวนี้หาซื้อไม่ได้แล้วในเมืองไทย หรือหาได้แต่ก็น้อยมาก ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ฮอทวีลที่หาซื้อได้ง่าย ก็สะสมมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงหนึ่งที่เราต้องโฟกัสไปที่การเรียนและทำงาน ของเล่นเหล่านี้ก็ต้องเก็บใส่กล่องไว้

จนกระทั่งวันที่เรามีครอบครัวมีลูก ของเล่นเหล่านี้มันก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี หากถามว่าชิ้นไหนที่เป็นชิ้นโปรดคงตอบได้ยาก เพราะทุกชิ้นที่สะสมคือเราชอบในแบบที่มันเป็นไม่มีชิ้นไหนเป็นชิ้นโปรดพิเศษ เราชอบเท่าๆ กันหมด เพราะทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาดูก็นึกถึงวันเก่า ความทรงจำ ความสุข พอถึงวันที่ลูกหยิบมาเล่นก็เป็นความสุขของลูกที่เราพร้อมส่งต่อให้กับเขา บางทีไปเดินศูนย์การค้าพาลูกไปแผนกของเล่นก็ให้เค้าเลือกมาคัน หรือคันไหนที่มีขายเป็นรถจริงในท้องตลาด เราก็ซื้อมาเก็บไว้สะสมอีกครั้ง แต่คราวนี้จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ของเล่นของเรา แต่จะเป็นของลูกแล้ว”

 ซึ่งจะว่าไปแล้วความสุขของการสะสมรถของเล่นที่ได้ส่งต่อให้กับลูก ก็คล้ายๆ กับกล้องถ่ายภาพคลาสสิกที่เขาได้รับต่อจากคุณพ่อ แต่แรกเริ่มเดิมทีกล้องเหล่านี้เป็นของสะสมของคุณพ่อ แต่ต่อมาเมื่อ อนัฆหันเหมาเป็นช่างภาพอิสระ จึงได้เริ่มใช้กล้องฟิล์มของคุณพ่อบางตัวเพื่อใช้ถ่ายภาพในงานระดับอาชีพ ซึ่งทำให้เขามีอาชีพอีกด้านเป็นช่างภาพอิสระและอาจารย์พิเศษด้านการถ่ายภาพประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จนถึงวันนี้ แต่อันที่จริงแล้วเราต่างรู้จักชายคนนี้ในฐานะช่างภาพอิสระก่อนจะมาเป็นหนึ่งในผู้บริหารโรงแรมชั้นนำของประเทศไทยด้วยซ้ำ

“คุณพ่อเป็นคนชอบเก็บกล้องเก่า ท่านเก็บเพราะท่านชอบในรูปลักษณ์ของกล้อง ความคลาสสิก รุ่นไหนที่เป็นรุ่นยอดนิยมท่านก็จะหาซื้อมาเก็บไว้ แต่ไม่ได้เอาออกมาถ่ายหรือถ่ายก็น้อยมาก จนกระทั่งผมเรียนและทำงานถ่ายภาพในต่างประเทศจึงได้กล้องจากคุณพ่อมาใช้ และก็กลายมาเป็นของสะสมที่สืบทอดมาจากคุณพ่ออีกที แต่ผมจะไม่ได้มีกล้องของคุณพ่อทั้งหมด แต่จะเป็นกล้องที่ผมขอมาใช้ทำงานจริงๆ อย่างไลก้าตระกูลเอ็ม กล้องมีเดียมฟอร์แมตของมามิย่า ใช้ถ่ายภาพแฟชั่นพวกนี้เป็นต้น

ดังนั้น กล้องทุกตัวจะเป็นกล้องที่ผมใช้งานจริงๆ ไม่ได้เก็บใส่ตู้สะสมอย่างเดียว จนถึงกล้องดิจิทัลที่ผมใช้อยู่จะเป็นแคนนอน มาร์ค 2 เป็นรุ่นเก่าพอสมควร แต่พูดถึงในแง่คุณภาพแล้วเพียงพอกับการใช้งาน ส่วนตัวผมไม่ได้เป็นคนที่มีรุ่นใหม่ก็จะเปลี่ยน แต่เราจะเปลี่ยนกล้องก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ หรือแยกประเภทใช้งานที่ชัดเจน อย่างเวลาไปเที่ยวผมจะใช้กล้องตัวเล็กสำหรับถ่ายรูปในครอบครัว เพราะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ไปพักผ่อนจริงๆ แต่ถ้าเลือกว่าชอบระหว่างกล้องฟิล์มกับดิจิทัล ส่วนตัวคิดว่าก็มีข้อดีแตกต่างกันไป กล้องดิจิทัลเรากดไปเท่าไหร่ก็ได้จะมีรูปเผื่อเลือกใช้งาน ในขณะที่กล้องฟิล์มจะให้ความละเมียดละไมในการถ่ายมากกว่า แต่ไม่ว่าจะใช้กล้องอะไร สำคัญที่สุดคือคนหลังกล้องที่ต้องคิดสรรค์สร้างภาพที่ดีออกมา”

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่