
ราคาตราสารหนี้ทุกช่วงอายุปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (18-22 พ.ค. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 422,126.09 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 84,425.22 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 10%
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (18-22 พ.ค. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 422,126.09 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 84,425.22 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 10%
ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 268,076 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน)
ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 85,765 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 8,251 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 4.1 ปี) LB21DA (อายุ 6.6 ปี) และ LB176A (อายุ 2.1 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 25,992 ล้านบาท 14,680 ล้านบาท และ 9,128 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT158A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 1,329 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ปตท. รุ่น PTTC222A (Non-Rated) มูลค่าการซื้อขาย 595 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส รุ่น AYCAL15OA (AA-) มูลค่าการซื้อขาย 456 ล้านบาท
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทุกช่วงปรับลดลงประมาณ 0.01-0.05% โดยพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 0.04% จาก 2.86% ในสัปดาห์ก่อนหน้า เป็น 2.82% โดยนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อสุทธิเล็กน้อยในตราสารระยะยาว หลังจากมีแรงขายค่อนข้างมากในช่วงครึ่งเดือนแรก
ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา (18-22 พ.ค. 2558) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 9,059 ล้านบาท โดยกระแสเงินไหลออกจากตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุน้อยกว่า 1 ปี) ประมาณ 10,267 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เกิดจากการหมดอายุในตราสารหนี้ระยะสั้น ขณะที่มีการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) ประมาณ 1,208 ล้านบาท
หมายเหตุ : อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรืออันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้







