posttoday
คปก.หนุนไทยแกนนำ หนุนร่างคุ้มครองแรงงาน

คปก.หนุนไทยแกนนำ หนุนร่างคุ้มครองแรงงาน

19 พฤษภาคม 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

หลังจากคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ใช้เวลาหลายปีในการจัดทำร่างข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิคนทำงาน จนผ่านการประชุมรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว 4 ครั้ง ล่าสุด คปก.ได้ยื่นเอกสารถึงนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมถึงเผยแพร่เอกสารต่อสาธารณชน เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันสนับสนุนให้ไทยเป็นกลไกหลักผลักดันร่างดังกล่าวไปสู่การบังคับใช้จริงระดับอาเซียน

เอกสารดังกล่าวอ้างถึงความเห็นที่ได้จากการหารือกับบุคคล 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ทรงคุณวุฒิจากกระทรวงแรงงานและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2.กลุ่มวิชาชีพที่มีการเปิดเสรีเคลื่อนย้ายแรงงาน 3.นักวิชาการจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานและผู้ลี้ภัยในไทยและอาเซียน และ 4.กลุ่มองค์กรเครือข่ายด้านแรงงานข้ามชาติ

ความเห็นและข้อเสนอแนะจากทั้ง 4 กลุ่ม เช่น หากเปิดประชาคมอาเซียน คนทำงานย่อมได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ แรงงานทักษะฝีมือต่ำ และแรงงานข้ามชาติจะได้รับผล
กระทบมากที่สุด ที่สำคัญ ยังขาดระบบการจัดการฐานข้อมูลแรงงานข้ามชาติ ควรต้องมีการศึกษา แก้ปัญหา และจัดทำเป็นมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ กฎหมายหลายฉบับยังให้คำนิยามและขอบเขตการคุ้มครองแรงงานแตกต่างกัน มีการให้ข้อเสนอแนะว่า หากสมาชิกอาเซียนไม่สามารถยอมรับมาตรฐานของไอแอลโอ อาเซียนก็ควร
ผลักดันมาตรฐานแรงงานอาเซียนเองขึ้นมา

ทั้งนี้ ความเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าว สอดคล้องกับการศึกษาของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง “การย้ายถิ่นด้านแรงงานและการคุ้มครองที่เป็นไปได้ในอาเซียน” โดยศึกษา 3 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ในฐานะผู้ส่งออกแรงงาน ไทยและมาเลเซีย ในฐานะผู้นำเข้าแรงงาน

ข้อสรุปหนึ่งที่ชัดเจน คือ ไทยและมาเลเซียมีความต้องการแรงงานข้ามชาติสำหรับการทำงานในประเทศ แต่ยังไม่มีนโยบายการบริหารแรงงานข้ามชาติระยะยาว มักแก้ปัญหาด้วยนโยบายเฉพาะหน้าเท่านั้น ที่สำคัญ มีเพียงฟิลิปปินส์เท่านั้นที่กฎหมายตั้งอยู่บนฐานสิทธิมนุษยชน

สำหรับหลักแนวคิดของร่างข้อตกลงดังกล่าวโดย คปก.วางอยู่บน 3 หลัก 3 ประการ ได้แก่ 1.หลักความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ คนทำงานทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ฐานะ สังคม 2.หลักสิทธิมนุษยชนสากล โดยอ้างอิงจากกฎหมายระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนหลายฉบับ รวมถึงมาตรฐานระหว่างประเทศของ
ไอแอลโอ และ 3.หลักการและเอกสารของอาเซียน โดยอิงจากสิ่งที่ระบุไว้ในกฎบัตรอาเซียน พิมพ์เขียวประชาคมอาเซียน และปฏิญญาต่างๆ ของอาเซียน

ขณะที่สาระสำคัญของร่างข้อตกลงดังกล่าว ประกอบด้วย 1.ให้ร่างฉบับดังกล่าวมีสภาพบังคับทางกฎหมาย 2.คุ้มครองคนทำงานทุกคน ทั้งแรงงานท้องถิ่นและแรงงานข้ามชาติ 3.จัดตั้ง “คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิคนทำงาน” ขึ้นมาเป็นกลไกเฉพาะ รับตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากบุคคลหรือผู้แทนบุคคล โดยให้คณะกรรมการมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิแรงงานในอาเซียน และทำงานเป็นอิสระ

4.ให้ร่างฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อมีผู้ร่วมให้สัตยาบัน5 ประเทศขึ้นไป ตามหลักการ ASEAN Minus X เพื่อเปิดโอกาสให้ริเริ่มความร่วมมือได้ โดยไม่ต้องรอทุกประเทศเข้าร่วมพร้อมกัน

ทั้งนี้ ร่างข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิคนทำงาน จะระบุถึงสิทธิด้านต่างๆ ของแรงงานด้วย เช่น สิทธิการจัดตั้งและเข้าร่วมสหภาพแรงงาน สิทธิด้านสุขภาพ สิทธิในความคุ้มครองทางสังคม สิทธิในที่อยู่อาศัย

ด้าน ศรีประภา เพชรมีศรี อนุกรรมการปฏิรูปกฎหมายด้านประชาคมอาเซียน ย้ำว่า อาเซียนจะเป็นประชาคมที่เอื้ออาทรต่อกันได้ก็ต่อเมื่อทุกคนได้รับการคุ้มครองและได้มีส่วนร่วม ได้ประโยชน์จากการเป็นประชาคม

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่