
ส่งออกจีนปรับตัว ขายเทคโนโลยี-นวัตกรรม
ภารกิจกระพือ “ส่งออก” ให้เติบโตสูงในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ท่ามกลางคู่แข่งหน้าเก่าหน้าใหม่ที่มีอยู่เต็มตลาด กำลังเป็นโจทย์หินของรัฐบาลหลายๆ ประเทศ ที่ต้องอาศัยภาคส่งออกเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ภารกิจกระพือ “ส่งออก” ให้เติบโตสูงในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ท่ามกลางคู่แข่งหน้าเก่าหน้าใหม่ที่มีอยู่เต็มตลาด กำลังเป็นโจทย์หินของรัฐบาลหลายๆ ประเทศ ที่ต้องอาศัยภาคส่งออกเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
แม้ว่าภาพการส่งออกรวมจะซบเซาลงมากพอสมควร แต่ตอนนี้ผู้ส่งออกจีนที่มีแบรนด์นวัตกรรม และสินค้าที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง กลับสามารถผงาดขึ้นมาสวนกระแสส่งออกรวม และได้รับคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) สินค้าพอสมควรจากงานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกจีนครั้งล่าสุดที่กวางตุ้ง ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้
ไชน่าเดลี่ ระบุว่า ยอดการซื้อขายสินค้าในงานครั้งนี้ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดสะท้อนแนวโน้มการค้าต่างประเทศของจีน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้พบว่ายอดร่วงลง 9.64% จากปีที่แล้ว เหลือเพียง 2.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความต้องการในตลาดต่างประเทศที่ซบเซา และเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปที่ยังฟื้นตัวช้า
อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวทำให้ผู้ส่งออกจีนจำนวนมากตระหนักว่าหนทางเดียวที่จะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและชิงออร์เดอร์จากต่างประเทศได้ คือ การอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง
เซียปัว ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการทั่วไปของเรดิโอลิงค์ อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกที่ได้รับออร์เดอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เล่าว่า บริษัทมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอที่จะป้อนสินค้าได้ตามความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทของเขาซึ่งอยู่ในกวางตุ้ง สามารถขายโดรนได้มากกว่า 1 ล้านลำในเดือน เม.ย.ที่ผ่ามา และไม่ได้กังวลเรื่องตลาดต่างประเทศ เพราะบริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยและมีชื่อเสียงในตลาดต่างแดนแล้ว อีกทั้งได้วางกลยุทธ์ระยะยาวในการเจาะตลาดต่างประเทศด้วยการนำเสนออุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้นด้วย
หลิวเจียนจวิน รองผู้อำนวยการศูนย์การค้าต่างประเทศของจีน ชี้ว่า ผู้ส่งออกที่มีแบรนด์ของตัวเองและเทคโนโลยีล้ำสมัยจะทำดีลได้มากขึ้น เนื่องจากมีความสามารถแข่งขันในตลาดโลกมากขึ้น
จากงานแสดงสินค้าครั้งนี้ พบว่าบริษัทต่างๆ ในส่วนของแบรนด์พาวิลเลียน ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 20% ของพื้นที่จัดงาน มียอดการซื้อขายสินค้ามากที่สุดในงาน
“ผู้ส่งออกจีนควรเลิกพึ่งพาการผลิตที่ต้องอาศัยแรงงานเข้มข้น และลดมูลค่าเพิ่มต่างๆ เพื่อจับตลาดต่างประเทศ” หลิว ย้ำ
สำหรับแนวโน้มดีลส่งออกที่ลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นในยอดคำสั่งซื้อรวมในงานแสดงสินค้ารอบนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับยอดการค้าของจีนที่ซบเซาในช่วง 3 เดือนแรกของปี โดยมูลค่าการค้าลดลงประมาณ 6.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2557 ขณะที่ยอดส่งออกเดือน มี.ค. ทรุดหนักถึง 14.6% เหลือ 1.44 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อีกทั้งเมื่อมองไปในอนาคต ก็ยังพบว่ามีความไม่แน่นอนรออยู่ เนื่องจากความต้องการในตลาดโลกที่ชะลอตัว แถมยังเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากประเทศผู้ส่งออกอื่นๆ
โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้เปิดเผยรายงานการค้าต่างประเทศ ซึ่งระบุชัดเจนว่า การส่งออกจีนเผชิญกับการแข่งขันที่แข็งแกร่งจากชาติอื่น โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วที่เริ่มดึงการผลิตกลับไปยังประเทศตัวเองโดยการหันไปใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
สำหรับการส่งออกสินค้าไฮเอนด์จะต้องแข่งขันรุนแรงมากขึ้นกับประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ยอดการส่งออกจากสหรัฐเพิ่มขึ้น 9% และยอดส่งออกจากอียูเติบโต 8.2%
ขณะที่ส่วนของสินค้าราคาถูก จีนก็ต้องสู้กับประเทศกำลังพัฒนารายอื่น เช่น อินเดีย ที่การส่งออกเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ของจีนยังระบุด้วยว่า บางประเทศได้ใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณเพื่อกระตุ้นการส่งออกและการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแรงกดดันให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้น ทำให้สินค้าจีนมีขีดความสามารถการแข่งขันลดลงด้วย
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ จีนเชื่อว่าภาคส่งออกยังมีความได้เปรียบอีกหลายด้าน เช่น ฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ดี การขยายการผลิตอุปกรณ์และอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งหากไม่มีปัจจัยลบหนักๆ จากภายนอก ก็เชื่อว่าการค้าต่างประเทศจะเติบโตได้ต่อไปในปีนี้







