posttoday
คลอดเอฟทีเอ

คลอดเอฟทีเอ

08 พฤษภาคม 2558

เวียดนามลงนามข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับเกาหลีใต้ หวังกระตุ้นการส่งออกสินค้าไปตลาดเกาหลี และเพิ่มการค้าระหว่างกันอีกเท่าตัวในช่วง 5 ปีข้างหน้า หรือแตะระดับ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 โดยเมื่อปีที่แล้วการค้าระหว่างเวียดนามและเกาหลีใต้เติบโต 6% เป็น 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยประมาณ 75% เป็นการนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้มายังเวียดนาม

เวียดนามลงนามข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับเกาหลีใต้ หวังกระตุ้นการส่งออกสินค้าไปตลาดเกาหลี และเพิ่มการค้าระหว่างกันอีกเท่าตัวในช่วง 5 ปีข้างหน้า หรือแตะระดับ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 โดยเมื่อปีที่แล้วการค้าระหว่างเวียดนามและเกาหลีใต้เติบโต 6% เป็น 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยประมาณ 75% เป็นการนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้มายังเวียดนาม

ข้อตกลงเอฟทีเอฉบับนี้จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ทั้งการค้าสินค้าและบริการ การปกป้องการค้า และอุปสรรคเชิงเทคนิคด้านการค้า ซึ่งเวียดนามคาดว่าเอฟทีเอจะช่วยให้เวียดนามส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารทะเลไปยังเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น พร้อมกับนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากเกาหลีใต้มาใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ คาดว่าเอฟทีเอครั้งนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทเกาหลีในเวียดนาม เช่น ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และแอลจี อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันเกาหลีใต้เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม มีมูลค่าการลงทุนรวม 3.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในกว่า 4,200 โครงการ

ปัจจุบัน เวียดนามทำข้อตกลงกับประเทศอื่นๆ 8 ฉบับ รวมถึงเอฟทีเอกับสหรัฐและอินเดีย อีกทั้งคาดว่าจะลงนามเอฟทีเอกับอีกหลายประเทศในเร็วๆ นี้ เช่น รัสเซีย เบลารุส คาซัคสถาน และน่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการเจรจากับสหภาพยุโรป (อียู) ในเดือนหน้า

เก็บภาษีส่งออกน้ำมันปาล์ม

ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ลงนามข้อบังคับที่กำหนดให้ผู้ส่งออกต้องจ่ายภาษีสำหรับการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในอัตรา 50 เหรียญสหรัฐ/ตัน และการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในอัตรา 30 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพื่อนำเงินที่ได้ไปอุดหนุนไบโอดีเซล ซึ่งอาจช่วยดันราคาปาล์มให้เพิ่มขึ้นได้หากความต้องการไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การเก็บภาษีดังกล่าวจะสร้างรายได้ให้กับรัฐประมาณ 750 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี และจะเริ่มบังคับใช้ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน พ.ค.นี้

ที่ผ่านมา อินโดนีเซียได้เพิ่มการอุดหนุนไบโอดีเซล และเพิ่มสัดส่วนไบโอขั้นต่ำในการผลิตเชื้อเพลิงดีเซลในปีนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นความต้องการใช้น้ำมันปาล์ม และลดการนำเข้าน้ำมันที่มีราคาสูง

ในปีนี้อินโดนีเซียคาดว่าจะมีความต้องการใช้ไบโอดีเซลประมาณ 3.5 ล้านกิโลลิตร ขณะที่ก่อนการปรับเปลี่ยนนโยบาย อินโดนีเซียสามารถผลิต CPO ได้เพิ่มขึ้น 7% เป็น 31.5 ล้านตัน แต่ส่งออกลดลง 5 แสนตัน เหลือ 19.5 ล้านตัน

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม