posttoday
ธุรกิจรถบรรทุก โอกาสทองในลุ่มน้ำโขง

ธุรกิจรถบรรทุก โอกาสทองในลุ่มน้ำโขง

07 พฤษภาคม 2558

ขณะที่การรวมตัวทางเศรษฐกิจภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC กำลังใกล้เข้ามา หนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งที่จะได้รับอานิสงส์ คือ ธุรกิจรถบรรทุกโดยการเติบโตของการค้าข้ามพรมแดนที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นเป็นแรงผลักดันสำคัญของธุรกิจนี้

ขณะที่การรวมตัวทางเศรษฐกิจภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC กำลังใกล้เข้ามา หนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งที่จะได้รับอานิสงส์ คือ ธุรกิจรถบรรทุกโดยการเติบโตของการค้าข้ามพรมแดนที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นเป็นแรงผลักดันสำคัญของธุรกิจนี้

เนื่องจากในปัจจุบันกว่า 85% ของการขนส่งสินค้าภายในประเทศและระหว่างประเทศของภูมิภาคอาเซียนเป็นการขนส่งโดยรถบรรทุก โดยคาดว่าการค้าภายในภูมิภาคอาเซียนต่อการค้าทั้งหมดของอาเซียนจะเพิ่มขึ้นจาก 25% ในปัจจุบันเป็น 30% ภายในปี 2020 ซึ่งเป็นผลมาจากกิจกรรมด้านการค้าและการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศพม่า กัมพูชาและลาว

โดยเพียง 3 ประเทศดังกล่าวก็มีขนาดตลาดการขนส่งโดยรถบรรทุกรวมกันสูงถึงราว 4 แสนล้านบาท/ปี และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตรวดเร็วอีกด้วย จึงถือเป็นโอกาสทองทางธุรกิจสำหรับบริษัทที่มี
ความสามารถสูงในการผลิตรถบรรทุกเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ 3 ตลาดนี้

ภาคการผลิตที่กำลังขยายตัว กอปรกับการกระจายตัวของประชากรของ “พม่า” ก่อให้เกิดความต้องการรถบรรทุกเพิ่มขึ้น อีไอซีคาดว่าความต้องการรถบรรทุกของพม่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากที่รัฐบาลและภาคเอกชนต่างมีแผนกระตุ้นการเติบโตของภาคการผลิตผ่านการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง และทำให้มีโรงงานตั้งใหม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนใน 2-3 ปีที่ผ่านมา

ตัวอย่างเช่น ปีที่แล้วมีโรงงานสิ่งทอตั้งใหม่ในพม่าอย่างน้อยหนึ่งโรงงานต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในภาคการผลิตของพม่าจะโตเฉลี่ยสูงถึง 10% ต่อปี ระหว่างปี 2010 ถึง 2030 ดังนั้น รถบรรทุกจะมีบทบาทสำคัญในการขนส่งสินค้าจากเขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้ไปยังเมืองหลวงอย่างย่างกุ้ง และเขตอื่นๆ ที่มีประชากรหนาแน่นอีกทั้งรถบรรทุกจะสนับสนุนการค้าข้ามพรมแดนและการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือน้ำลึกเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นๆ

ปัจจุบันพม่ามีรถบรรทุกที่ให้บริการภายในประเทศเพียงประมาณ 7 หมื่นคัน ทำให้ขนส่งสินค้าได้ในปริมาณและระยะทางที่จำกัด เมื่อเทียบกับไทยที่มีพื้นที่และประชากรใกล้เคียงกันแต่กลับมีจำนวนรถบรรทุกถึง 2 ล้านคันดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่พม่าจะต้องเพิ่มจำนวนรถบรรทุกเพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

“กัมพูชา” ก็เช่นกัน ความต้องการเชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและท่าเรือส่งออกกระตุ้นให้เกิดความต้องการรถบรรทุกเพื่อขนส่งสินค้า การเติบโตของภาคการส่งออกของกัมพูชาสูงถึง 17% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของภาคการผลิต โดยเฉพาะในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมพนมเปญและปอยเปตโอเนียงซึ่งผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเป็นหลัก

อีไอซีมองว่าการขยายตัวในภาคการผลิตดังกล่าวจะส่งผลให้มีความต้องการลำเลียงสินค้าทางรถบรรทุกไปยังท่าเรือส่งออกมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันการขนส่งทางรถบรรทุกเป็นรูปแบบหลักที่ใช้ในการค้าภายในประเทศและข้ามพรมแดนของกัมพูชาอยู่แล้ว และรถบรรทุกยังช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าออกไปยังท่าเรือน้ำลึก เช่น ท่าเรือสีหนุวิลล์ของกัมพูชา และท่าเรือแหลมฉบังของไทย จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตรถบรรทุกไทยที่จะเข้าไปเสนอขายรถบรรทุกใหม่ โดยเฉพาะรถบรรทุกตู้สินค้าเพื่อรองรับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของกัมพูชา

สภาพภูมิประเทศที่ไม่มีพรมแดนติดกับทะเลของ “ลาว” บวกกับการเติบโตของการค้าข้ามพรมแดนของลาวไปยังไทยและเวียดนาม ทำให้การขนส่งทางรถบรรทุกเข้ามามีบทบาทสำคัญและมีแนวโน้มว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง สภาพภูมิประเทศที่ไม่ติดทะเลของลาวทำให้ประเทศต้องยึดการขนส่ง โดยรถบรรทุกเป็นช่องทางหลักในการกระจายสินค้าส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติจำพวกสินแร่และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า

โดยการส่งออกสินค้าไปยังไทยและเวียดนามมีอัตราการเติบโตสูงถึงปีละ 20% จึงมีความต้องการรถบรรทุกสูงเพื่อใช้ในการค้าข้ามพรมแดน ยิ่งไปกว่านั้น ลาวมีรถบรรทุกที่ขึ้นทะเบียนอยู่เพียงประมาณ 6,500 คัน แต่มีเพียงหนึ่งในสามที่ผ่านมาตรฐานและสามารถให้บริการขนส่งได้จริง ดังนั้น ผู้ผลิตรถบรรทุกและชิ้นส่วนควรจะคว้าโอกาสจากช่องว่างดังกล่าวในการเสนอขายรถบรรทุกใหม่ รวมถึงบริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถบรรทุกด้วย

อีไอซีมองว่าในบรรดาประเทศเพื่อนบ้านข้างต้น พม่ามีศักยภาพมากที่สุดเนื่องจากมีดีมานด์อยู่ในปริมาณสูง ในขณะที่ความต้องการในกัมพูชาและลาวก็กำลังเติบโตชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรศึกษาตลาดไปพร้อมๆ กัน และหาโอกาสในการติดต่อธุรกิจโดยตรงกับผู้ให้บริการขนส่งหรือผู้แทนจำหน่ายหลักในประเทศเหล่านี้ นอกจากนี้ยังมีช่องว่างที่เป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกในการให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถบรรทุกอีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรจะต้องทราบถึงคุณลักษณะเฉพาะของแต่ละตลาดในการออกแบบรถบรรทุก เช่น ตำแหน่งของพวงมาลัยรถยนต์ รวมถึงขนาดและความจุของตู้สินค้า เป็นต้น เพื่อให้สามารถคว้าโอกาสทองจากการเติบโตของอุตสาหกรรมรถบรรทุกในลุ่มแม่น้ำโขงได้อย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน