"วรรณ" เล็งน้ำมันวิ่งขึ้น
บลจ.วรรณ คาดราคาน้ำมันยังไปต่อ เล็งระยะยาววิ่งถึง 80 เหรียญ ออกกองทุนจับจังหวะลงทุนหวัง 6% ใน 6 เดือน
บลจ.วรรณ คาดราคาน้ำมันยังไปต่อ เล็งระยะยาววิ่งถึง 80 เหรียญ ออกกองทุนจับจังหวะลงทุนหวัง 6% ใน 6 เดือน
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า ในระยะกลางถึงยาวราคาน้ำมันมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ต่อไปถึง 60-80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากปัจจุบันที่ 55-57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากความต้องการบริโภคน้ำมันได้ปรับตัวขึ้นหลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะจีนและอินเดีย
ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเริ่มคงที่มากขึ้น และมีโอกาสปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2558 สหรัฐอเมริกาเริ่มส่งสัญญาณการปรับลดปริมาณน้ำมันดิบ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดมองว่าน้ำมันคงคลังน่าจะลดลงตาม และสนับสนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นได้ในอนาคต
“นอกจากนี้ มีสัญญาณเชิงบวกจากนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนจากจำนวนสัญญาการเปิดฐานะของน้ำมันดิบ WTI ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสิทธิในการซื้อสัญญาล่วงหน้าสูงกว่าสิทธิในการขาย และค่าความผันผวนของราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงตั้งแต่ต้นปี 2558” นายวิน กล่าว
บลจ.วรรณ จึงเปิดขายกองทุน วรรณ แอคทีฟ 6/2 ฟันด์ที่มีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมัน WTI Oil Futures โดยเน้นการบริหารแบบเชิงรุกเพื่อสร้างผลตอบแทนและจะมีการซื้อขายตราสารระหว่างทางเพื่อจับจังหวะการลงทุนในแต่ละช่วงสถานการณ์ และตั้งเป้าหมายผลตอบแทนไว้ 6% ภายใน 6 เดือน
"หากราคาน้ำมันต่ำกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล กองทุนจะลงทุน 50-100% แต่หากราคาสูงกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะลงทุน 0-50% โดยจะติดตามข้อมูลเพิ่มเติม และปรับสัดส่วนการลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์อีกครั้ง หากปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี" นายวิน กล่าว
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำนักลงทุนให้ชะลอการลงทุนกองทุนน้ำมันฯ โดยระยะสั้นราคาน้ำมันยังผันผวนในขาขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในเยเมน แต่จากปริมาณน้ำมันดิบของสหรัฐยังมีอยู่สูง และซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมันมากขึ้นจะกดดันให้ราคาน้ำมันต่ำลงอีก
สำหรับราคาน้ำมันในระยะกลาง-ยาว หรือประมาณ 7-9 เดือนขึ้นไป นายสานุพงศ์ กล่าวว่า คาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากอุปสงค์น้อยกว่าอุปทานที่มีในปัจจุบัน และแนะนำนักลงทุนที่เน้นเก็งกำไรระยะปานกลางให้ลงทุนด้วยความระมัดระวังมากขึ้น







