
ระดมคนงาน100 คน รื้อร้านคารุกที่โบราณสถานกรุงเก่า
อยุธยา ทำจริงส่งคนงาน 100 คน พร้อมเครื่องจักรเข้ารื้อสิ่งปลูกสร้างและแผงร้านค้าที่บุกรุกพื้นที่โบราณสถานหลังวิหารพระมงคลบพิตร
อยุธยา ทำจริงส่งคนงาน 100 คน พร้อมเครื่องจักรเข้ารื้อสิ่งปลูกสร้างและแผงร้านค้าที่บุกรุกพื้นที่โบราณสถานหลังวิหารพระมงคลบพิตร
ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครศรีอยุธยา พร้อมผู้บริหารเทศบาลได้นำคนงานกว่า 100 คน พร้อมเครื่องจักรขนาดใหญ่ รถบรรทุก ค้อนปอน เข้ารื้อสิ่งก่อสร้างที่บุกรุกพื้นที่โบราณสถาน รวมถึงแผงร้านค้าเพื่อเป็นการนำร่องกว่า 100 ร้านค้าในเบื้องต้นเพื่อเป็นการขอคืนพื้นที่โบราณสถานในจุดของลาดจอดรถกลางหลังวิหาร สำหรับพื้นที่แรกที่เข้ารื้อในครั้งนี้มี 2 กลุ่ม กลุ่ม 1 คือกลุ่มสิ่งปลูกสร้างของผู้ค้าเก่า ที่มีการก่อสร้างที่พักอาศัย ร้านค้าเป็นอาคารปูนต่อจากกลุ่มอาคารทรงไทย รวมถึงร้านค้าโครงเหล็ก และกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มร้านค้าแผงลอย ตู้จำหน่ายสินค้า แผงและเต็นท์จำหน่ายสินค้า
ว่าที่ร.ต.สมทรง กล่าวว่า ในส่วนแผงร้านค้าที่เหลือหลังจากการนำร่องในครั้งนี้ก็จะมีการเข้าไปจัดระเบียบ หากส่วนใดที่เป็นการบุกรุกก็จะต้องรื้อทั้งหมด โดยการเข้าไปรื้อย้ายอาศัยอำนาจของมติที่ประชุมของจังหวัดร่วมกับกรมศิลปากรและเทศบาลนครและนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม และ นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ที่กำชับให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องความเป็นเมืองมรดกโลกของจ.พระนครศรีอยุธยาไว้ให้จงได้พร้อมกำหนดชัดเจนต้องมีการจัดระเบียบแผงร้านค้าทั้งหมดซึ่งที่ผ่านมารัฐใช้มาตรการขอความร่วมมืออย่างสันติมานานหลายปีแล้วแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ
ทั้งนี้ การเข้ารื้อแผงร้านค้าทั้งหมดครั้งนี้ขอมาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยหากแผงร้านค้าใดไม่ยอมยอมให้เข้ารื้อถอนก็จะให้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดทางกฎหมายในข้อหาบุกรุกพื้นที่โบราณสถาน อย่างไรก็ตามพ่อค้าแม่ค้าไม่ได้มีการขัดขวางแต่อย่างใด และยอมรับสภาพซึ่งทางเทศบาลและหน่วยงานภาครัฐให้สัญญาว่าหลังการรื้อสิ่งก่อสร้างที่บุกรุกแล้วจะมีการปรับพื้นที่โดยรอบและจัดระเบียบแผงร้านค้าให้ไม่ขัดต่อภูมิทัศน์ของความเป็นมรดกโลกและจะมีการจัดหาสถานที่เหมาะสมให้ขายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวต่อไป







