
โซโหฯเปิดแผนธุรกิจ ลุยขยายโรงแรม-ร้านอาหาร
ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารเป็นธุรกิจมีอนาคตสำหรับไทยที่โดดเด่นด้านท่องเที่ยว แต่ก็แข่งขันสูงเพราะคู่แข่งตบเท้าเข้ามาในธุรกิจต่อเนื่อง การสร้างจุดเด่นและความแตกต่างจากคู่แข่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารเป็นธุรกิจมีอนาคตสำหรับไทยที่โดดเด่นด้านท่องเที่ยว แต่ก็แข่งขันสูงเพราะคู่แข่งตบเท้าเข้ามาในธุรกิจต่อเนื่อง การสร้างจุดเด่นและความแตกต่างจากคู่แข่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ
โรหิต แซคเดฟ กรรมการผู้จัดการ โซโห ฮอสพิทาลิตี้ เปิดเผยว่า บริษัททำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม จำหน่ายอาหารซีฟู้ดให้เครือโรงแรมและร้านอาหาร ออกแบบโรงแรมและร้านอาหาร ดำเนินการมาแล้วกว่า 10 ปี มีแผนขยายธุรกิจทุกด้านที่มี โดยวางแผนสร้างโรงแรมใหม่ 200 ห้อง บนที่ดินเดิมที่เป็นอพาร์ตเมนต์ตั้งอยู่ข้างเฟรเซอร์ สวีท ย่านสุขุมวิท 11
ทั้งนี้ กำลังศึกษาว่าจะเป็นโรงแรมราคาประหยัดหรือโรงแรมมีเอกลักษณ์เฉพาะ (บูทีก โฮเต็ล) และเป็นโรงแรมเดี่ยว หรือโครงการผสมมีทั้งโรงแรมและคอนโดมิเนียมในตึกเดียว คาดสรุปได้ปลายปีนี้ เบื้องต้นเตรียมงบลงทุน 700-800 ล้านบาท เมื่อก่อสร้างเสร็จคาดว่าจะจ้างเครือโรงแรมบริหารเช่นเดียวกับเฟรเซอร์ สวีท เพราะมีนโยบายเน้นพัฒนาโครงการไม่ได้เน้นบริหารเอง ส่วนใน 5 ปีจากนี้จะขยายพัฒนาโรงแรมนอกกรุงเทพฯ มองไว้ที่ ภูเก็ต สมุย พัทยา แต่คงต้องรอโครงการในกรุงเทพฯ เรียบร้อยก่อน
ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม เตรียมเปิดร้านอาหารประเภทบาร์ ในซอยสุขุมวิท วันที่ 11 มิ.ย.นี้ เป็นร้านอาหารนอกโรงแรมแห่งแรก วางแผนขยายไปทำร้านอาหารสไตล์เรียบง่าย (แคชชวล ไดนิ่ง) ตั้งในห้างสรรพสินค้า มีเมนูเด่นเป็นไก่ย่าง 1 แบรนด์ และร้านอาหารจานด่วน (ควิก เซอร์วิส) อีก 1 แบรนด์ ลงทุนไม่เกิน 5-10 ล้านบาท/สาขา หวังขยายปริมาณร้านทั้งสองแบรนด์นี้ เพื่อให้ทั้งเครือมีร้านอาหาร 20 แห่ง ใน 5 ปี
ด้านร้านอาหารหรูที่ทำปัจจุบันคือ อโบฟ อีเลฟเว่น รูฟท็อป บาร์ แอนด์ เรสเทอรองต์ เป็นร้านอาหารเปรู-ญี่ปุ่น กราเมอร์ซี ปาร์ค บาร์เครื่องดื่มและชาร์โคล ทันดูร์ กริลล์ แอนด์ มิกโซโลจี ห้องอาหารอินเดีย ก็สนใจนำแบรนด์ขยายในต่างประเทศ รูปแบบขายแฟรนไชส์ให้ผู้สนใจมากกว่าร่วมลงทุนมีติดต่อมาแล้ว 2-3 ราย ในประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ได้แก่ จำหน่ายอาหารซีฟู้ดให้เครือโรงแรมและร้านอาหาร ปัจจุบันมีลูกค้าโรงแรมใหญ่และร้านอาหารในกรุงเทพฯ 30 ราย อนาคตหวังขยายเป็นซัพพลายเชนหลักให้โรงแรมและร้านอาหารของบริษัท และพร้อมรับลูกค้าโรงแรมและร้านอาหารอื่นที่จะเข้ามาเพิ่ม ส่วนการออกแบบโรงแรมและร้านอาหารจะให้น้ำหนักมากขึ้น ชูจุดเด่นที่บริษัทเป็นผู้พัฒนาโรงแรมและร้านอาหารของตัวเอง ทำให้เข้าใจความต้องการลูกค้าดีกว่า บริษัททั่วไปที่รับจ้างออกแบบตกแต่งภายใน
โรหิต กล่าวว่า ภาพรวมโรงแรมประสบปัญหาลูกค้าที่พักไม่ใช้บริการร้านอาหารในโรงแรม แต่ไปใช้นอกโรงแรม ส่วนหนึ่งเพราะเข้าถึงข้อมูลท่องเที่ยวง่ายขึ้นผ่านออนไลน์ อีกส่วนเพราะออกแบบร้านอาหารกลมกลืนกับโรงแรม บางครั้งลูกค้าต้องการได้ประสบการณ์แปลกใหม่จึงเลือกไปนอกโรงแรม หากทำให้ร้านอาหารในโรงแรมออกแบบด้วยแนวคิดน่าสนใจ สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ได้จะดึงดูดคนใช้บริการได้ทั้งคนเข้าพักและไม่ได้เข้าพัก
สำหรับโซโหฯ ตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้จากร้านอาหารมากขึ้น ปัจจุบันโรงแรม 50% ร้านอาหาร 30% ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 20% ปรับเป็นโรงแรม 40% ร้านอาหาร 40% ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 20%
เมื่อไทยโดดเด่นเรื่องบริการก็คงเห็นธุรกิจเหล่านี้ขยายตัวอีกมาก







