
BAขอเวลา1ปีพิสูจน์หุ้น
‘หมอเสริฐ’ให้สัญญาผู้ถือหุ้น ยันกำไรปีนี้สูงกว่าปีก่อนชัวร์
‘หมอเสริฐ’ให้สัญญาผู้ถือหุ้น ยันกำไรปีนี้สูงกว่าปีก่อนชัวร์
นพ.ปราเสริฐ ขอเวลาผู้ถือหุ้นพิสูจน์ผลงาน 1 ปี คาดปีนี้กำไรสูงกว่าปีที่ผ่านมา ท่องเที่ยวเอื้อ น้ำมันถูก
บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นซักถามกรณีที่ราคาหุ้นยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าราคาเสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 25 บาท นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหาร BA ชี้แจงว่า จริงๆ บริษัทเพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาไม่ถึง 6 เดือน ขอเวลาในการพิสูจน์ผลงานก่อนอย่างน้อยต้อง 1 ปีขึ้นไป เพราะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ขณะที่บริษัทตัดสินใจจ่ายปันผลหุ้นละ 0.20 บาท ทั้งๆ ที่เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาเพียง 2 เดือนเอง ก็ถือว่าให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนแล้ว
“เรื่องราคาหุ้นที่ต่ำกว่าไอพีโอต้องรอให้เราเอาเรื่องผลประกอบการหรือวงจรของธุรกิจพิสูจน์กันไป การที่เข้าตลาดมาเพียง 2 เดือน และเป็นบริษัทขนาดใหญ่จะกำไรเลยก็ไม่ใช่ อยากให้มองภาพการลงทุนในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น ที่ราคาหุ้นจะพุ่งไปหรือแจกกำไรแก่ผู้ลงทุนในทันที ตอนนี้บริษัทได้ทำเรื่องแจ้งกับทางตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วว่าขอทำการคัดเลือกเพื่อคำนวณเข้า SET50” นพ.ปราเสริฐ กล่าว
นพ.ปราเสริฐ กล่าวภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้นว่า แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทปีนี้น่าจะออกมาดีกว่าปีที่ผ่านมา เพราะบริษัทไม่ต้องเจอ 2 เรื่อง คือ การเปลี่ยนแปลงเรื่องบัญชีของกองทุนรวมสมุยและการขัดแย้งทางการเมืองที่กระทบต่อการท่องเที่ยว หากไม่เกิดเหตุการณ์พลิกผันเกี่ยวกับการท่องเที่ยวขึ้นมาก็น่าจะทำให้ BA ออกมาดีกว่าปีก่อนแน่นอนทั้งในระดับรายได้หรือกำไร เพราะต้นทุนเรื่องราคาน้ำมันก็ถูกลง แต่ทั้งหมดต้องรอดูสถานการณ์ เนื่องจากปี 2558 เพิ่งผ่านมาเพียงไตรมาสเดียว
ขณะที่หากการเลือกตั้งจะมีการเลื่อนออกไปช้ากว่าที่กำหนดก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับบริษัท สิ่งสำคัญคือสถานการณ์ของประเทศดูมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากกว่า ซึ่งนักท่องเที่ยวจะมีความเชื่อมั่นมากกว่าที่มีความขัดแย้งทางการเมือง
สำหรับเรื่ององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ประกาศเรื่องธุรกิจการบินของไทยไม่ได้มาตรฐานและมีผลเหมารวมเหมือนกันทุกสายการบิน ล่าสุด ทางสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ซึ่งสายการบินทั่วโลกได้เป็นสมาชิก บอกว่า สิ่งที่ ICAO ออกประกาศมาไม่แฟร์ต่อสายการบินของประเทศไทยโดยรวมทั้งหมด เพราะอาจทำให้มีผลต่อการจองตั๋วจากลูกค้าจากฝั่งยุโรปจะใช้บริการบ้าง ขณะที่ไทยมี 2 การบินที่ได้รับมาตรฐานนี้ คือ บริษัท การบินไทย (THAI) และ BA ที่ได้รับการันตี ซึ่งมาตรฐานนี้ไม่ได้คงอยู่ตลอด แต่ทางบริษัทต้องปรับปรุงและปฏิบัติตามเกณฑ์ โดยทาง IATA จะส่งมาตรวจมาตรฐานทุกๆ 3 ปี
นอกจากนี้ สายการบินญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรในลักษณะทำความตกลงเที่ยวบินยอมรับระหว่างกัน (โค้ดแชร์) ยังมีการดำเนินธุรกิจกับบริษัทอย่างเดิม และไม่ได้มีการปฏิเสธการดำเนินการกับ BA แต่อย่างใด
ขณะที่ นางนฤมล น้อยอ่ำ กรรมการ BA กล่าวว่า จากข้อมูลตัวเลข 3 เดือนที่ผ่านมา มองว่าสถานการณ์ทุกอย่างได้เริ่มกลับมาเป็นปกติตั้งแต่เดือน ม.ค. ไม่ว่าจะเป็นราคาขายตั๋ว ต้นทุนการดำเนินงานและอัตรากำไรสุทธิที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับเมื่อปีก่อนที่จะเห็นอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดามาร์จิ้น) ลดลงและไม่เท่ากับเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 20% เพราะเจอปัญหาทางการเมืองในครึ่งปีแรก ทำให้บริษัทจำเป็นต้องลดราคาขายตั๋วลง เพื่อรักษาจำนวนผู้โดยสารให้ได้และมีผลให้มาร์จิ้นลดลง
ด้านผลงานในปี 2557 BA มีกำไรสุทธิเพียง 351.10 ล้านบาท ลดลงถึง 62% เทียบกับปี 2556
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ คาดว่ามีหุ้น 3 บริษัท คือ บริษัท การบินกรุงเทพ บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง และบริษัท ซีเค พาวเวอร์ คาดว่ามีโอกาสถูกนำเข้ามาคำนวณในดัชนี SET100 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 (ก.ค.-ธ.ค. 2558) เนื่องจากเข้าเกณฑ์มูลค่าตามราคาตลาดสูง และมีสภาพคล่องการซื้อขายสูง
ก่อนหน้านี้ นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ยืนยันว่า ในกรณีเร็วร้ายที่สุด บริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักต่อปัญหา ICAO เนื่องจากบริษัทมีแผนขยายเส้นทางจีนเพียงแห่งเดียว ซึ่งสามารถปรับไปขยายในเส้นทางประเทศแถบอินโดจีนแทนได้
นอกจากนั้นยังคงเป้าหมายการเติบโตในปีนี้คือ จำนวนผู้โดยสาร 14.5 ล้านคน อัตราขนส่งผู้โดยสาร (โหลดแฟกเตอร์) 83% และที่สำคัญความสามารถในการทำกำไรจะกลับไประดับปกติได้เหมือนกับปี 2556 ซึ่งมีกำไรระดับ 1,043 ล้านบาท







