
โลกทัศน์ที่เปลี่ยนไป
เมื่อสิบกว่าปีก่อนบุคคลที่ออกมาต่อสู้กับปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและพลังงานมักจะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกที่มีปัญหาและเป็นพวกกระต่ายตื่นตูมจนเกินเหตุ โดยมีเป้าหมายเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตนในรูปแบบต่างๆ
เมื่อสิบกว่าปีก่อนบุคคลที่ออกมาต่อสู้กับปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและพลังงานมักจะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกที่มีปัญหาและเป็นพวกกระต่ายตื่นตูมจนเกินเหตุ โดยมีเป้าหมายเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตนในรูปแบบต่างๆ
แต่ในวันนี้คำกล่าวหาเหล่านั้นกลับมีน้ำหนักลดน้อยลงทุกที เพราะตั้งแต่มีหนังสือและภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Truth : The Crisis of Global Warming ของอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Al Gore เผยแพร่ออกไปทั่วโลก
ทั้งนี้แนวความคิดของอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในหนังสือ An Inconvenient Truth จึงทำให้เกิดการตระหนักเกี่ยวกับภาวะวิกฤตที่มีผลกระทบใหญ่หลวงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
หนังสือของ Al Gore เปิดเผยความจริงที่เป็นสัญญาณเตือนภัยหลายอย่าง อาทิ ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีอัตราเร่งและปริมาณน้ำฝนที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงภาพของภูเขาน้ำแข็งที่กำลังละลายตัวอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ
ความผันผวนของชั้นบรรยากาศ อุณหภูมิ และระดับน้ำทะเลที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกมากในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้เราทุกคนต้องหวนกลับมาคิดใหม่เกี่ยวกับคำว่า “โลกาภิวัตน์” ซึ่งเป็นการคิดและมองในมุมกลับที่ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเราล้วนแต่มีผลกระทบกับโลกทั้งใบ มนุษย์จึงต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตกันใหม่โดยเร็ว (โดยเฉพาะกลุ่มคนหรือประเทศที่กำลังบริโภคทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของโลกอย่างสิ้นเปลือง)
อัลกอร์สนับสนุนให้มีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลม เชื้อเพลิงชีวภาพ และมุ่งไปสู่อนาคตที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงหลัก ค่อยๆ เลิกใช้ถ่านหินจนกว่าเทคโนโลยีการจัดการเก็บคาร์บอนจะทำได้อย่างสมบูรณ์ และต้องไม่คล้อยตามสิ่งที่บริษัทน้ำมันและถ่านหินรายใหญ่พยายามโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่พลังงานหมุนเวียนจะมาทดแทนการใช้น้ำมันและถ่านหิน
สิ่งแรกที่พวกเราต้องเปลี่ยนในวันนี้ก็คือ โลกทัศน์ที่ว่าสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนย่อย (Subsystem) ของระบบเศรษฐกิจ การตีความของนักเศรษฐศาสตร์แบบดั้งเดิมที่ว่า ทรัพยากรธรรมชาติได้มาจากตลาดจึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ในทางตรงกันข้ามแล้วต้นทุนทั้งหมดที่นักเศรษฐศาสตร์นำมาคิดล้วนแต่เป็นต้นทุนที่ได้จากสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น
ระบบเศรษฐกิจของโลกต่างหากที่พึ่งพิงกับสิ่งแวดล้อม (ซึ่งเป็นส่วนหลักไม่ใช่ส่วนย่อย) ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกอย่างก็ยังต้องพึ่งพิงพลังงานทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน
ความเข้าใจที่ถูกต้องจะมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างได้ผล ครับผม!







