
EA ยันรู้ผลซื้อวินด์ปีนี้
บล.กรุงศรีคาดเป็นไปได้ยาก เงินสดตึงตัว-แนะนำขาย&O5532; EA จีบซื้อหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ ไม่เกินปีนี้ต้องรู้ผล
บล.กรุงศรีคาดเป็นไปได้ยาก เงินสดตึงตัว-แนะนำขาย&O5532; EA จีบซื้อหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ ไม่เกินปีนี้ต้องรู้ผล
นายอมร ทรัพย์ทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่ด้านบัญชีและการเงิน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่า บริษัทมีความสนใจจะซื้อหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง (WEH ) ขณะนี้อยู่ระหว่างการมอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาเข้าไปติดต่อ และตรวจสินทรัพย์ที่มีว่ามีศักยภาพแท้จริงหรือไม่ ซึ่งภายในปีนี้คงได้ข้อสรุป ไม่ได้มีแค่เพียงบริษัทเท่านั้นที่สนใจ แต่ยังมีบริษัทอื่นด้วย และข้อสำคัญขึ้นอยู่กับราคาและโครงสร้างความร่วมมือ WEH มีผู้ถือหุ้นหลายกลุ่ม ขณะนี้ทางบริษัทเริ่มทำมูลค่าของ WEH อยู่
อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีอีกหลายบริษัทให้ความสนใจซื้อหุ้นดังกล่าว แต่บริษัทมีความเชื่อมั่นในศักยภาพที่มี ด้วยความที่เป็นผู้พัฒนาพลังงานลมอยู่แล้ว ทำให้มีประสบการณ์และมีความสามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่าผู้ที่ยังไม่เคยก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้
ทั้งนี้ การเข้าลงทุนใน WEH จะตอบโจทย์ให้กับทาง EA เพราะในที่ประชุมผู้ถือหุ้น EA ผู้ถือหุ้นได้แสดงความกังวลถึงผลตอบแทนจากการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) จะลดลงในอนาคตจากค่าอุดหนุนพลังงาน (แอดเดอร์) ที่จะลดลงในอนาคตตามเงื่อนไขของทางการ
นายสมโภชน์ อาหุนัย ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA กล่าวว่า เป็นสิ่งที่อยู่ในคาดการณ์ของบริษัทอยู่แล้ว ว่าอัตรากำไร (มาร์จิ้น) ของโซลาร์ฟาร์มจะลดลงในอนาคต และเป็นเหตุผลทำให้ EA ได้เริ่มรุกเข้าสู่พลังงานลมเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาแล้ว เพราะเชื่อว่าพลังงานลมจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมกันนี้บริษัทยังมองหาพลังงานหรือโครงการอื่นๆ ที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวอีกด้วย
นายอมร กล่าวว่า ในปี 2558 บริษัทได้เริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ โซลาร์ฟาร์ม ที่ลำปาง ขนาดกำลังการผลิตไฟ 90 เมกะวัตต์ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ปีนี้มียอดการผลิตไฟฟ้ารวมเป็น 188 เมกะวัตต์ และน่าจะผลักดันให้รายได้ของบริษัทแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาทได้ในปีนี้ หรือเติบโตในช่วง 20-30% จากปี 2557 ที่มีรายได้ 7,600 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในด้านของกำไรน่าจะทำได้ถึง 2,800 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 100% สูงกว่าการเติบโตของรายได้ รับผลดีจากโซลาร์ฟาร์มที่ลำปาง
“บริษัทจะยังสามารถรักษาการเติบโตในระดับสูง ไปจนถึงปี 2560 จากโครงการต่างๆ ที่จะทยอยเริ่มจ่ายไฟในเชิงพาณิชย์” นายอมร กล่าว
ในปีนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโซลาร์ฟาร์ม จ.พิษณุโลก 90 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 126 เมกะวัตต์ที่ภาคใต้ ในภาคใต้ 126 เมกะวัตต์ รวมเป็น 216 เมกะวัตต์ น่าจะเริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ได้ ช่วงต้นปี 2559
นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรีวิเคราะห์ว่า WEH ต้องปรับโครงสร้างการถือหุ้น WEH มีใบอนุญาตโครงการพลังงานลม 6 โครงการ (510 เมกะวัตต์) ซึ่งต้องหยุดการก่อสร้างเอาไว้ชั่วคราวเนื่องจากสถาบันการเงินที่ให้เงินกู้กับโครงการหยุดปล่อยเงินต่อ หลังจากที่นายนพพร ศุภพิพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา ตลาดคาดว่า WEH น่าจะปรับโครงสร้างเสร็จในปลายไตรมาส 2/2558 และ บล.กรุงศรี คาดว่า โครงการพลังงานลมที่เพิ่มขึ้นมาทุก 90 เมกะวัตต์ ถ้าบริษัทสามารถเข้าลงทุนใน WEH ได้สำเร็จ จะทำให้ราคาเป้าหมายของ EA เพิ่มขึ้น 2 บาท/หุ้น
อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นเรื่องยากที่ EA จะเข้าซื้อหุ้น WEH เนื่องจากสถานะกระแสเงินสดค่อนข้างตึงตัวอยู่ในปีนี้ ดังนั้นจึงแนะนำ “ขาย” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2558 ที่ 21.40 บาท เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันถือว่าแพงแล้ว และราคาหุ้นได้สะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะเข้าไปลงทุนใน WEH ไปแล้ว
บล.กรุงศรีประเมินมูลค่าโครงการผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 4 โครงการ (278 เมกะวัตต์) และโครงการพลังงานลม 8 โครงการ (386 เมกะวัตต์) ไว้ที่ 11.60 บาท และ 9.20 บาท ตามลำดับ ในขณะที่ประเมินมูลค่าธุรกิจไบโอดีเซลเอาไว้ที่ 0.70 บาท โดยอิงจากสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ที่ 12 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับ พี/อีล่วงหน้าของกลุ่มโรงกลั่น เนื่องจากปริมาณยอดขายไบโอดีเซลเติบโตตามความต้องการใช้นํ้ามัน
ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิของ EA ในปี 2558 จะอยู่ที่ 3,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% จากปีก่อน จากการเริ่มเปิดดำเนินการโครงการผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์โครงการที่ 3 (90 เมกะวัตต์) ซึ่งใช้เทคโนโลยี Solar Tracker เมื่อเดือน ก.พ. 2558 และกำไรสุทธิในปี 2559 จะเติบโตต่อเนื่องอีก 83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 5,700 ล้านบาท จากการเปิดดำเนินการโครงการพลังแสงอาทิตย์ที่ 4 (90 เมกะวัตต์) และโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลม 3 โครงการแรก (126 เมกะวัตต์) ที่มีกำหนดจะเปิดดำเนินการในไตรมาส 1/2559







