
TTCLบุกธุรกิจไฟฟ้า
TTCL รุกธุรกิจไฟฟ้าถ่านหินพม่า คาดจ่ายไฟได้ปี 2563 หนุนโครงสร้างกำไรเปลี่ยนไป
TTCL รุกธุรกิจไฟฟ้าถ่านหินพม่า คาดจ่ายไฟได้ปี 2563 หนุนโครงสร้างกำไรเปลี่ยนไป
นายกอบชัย ธนสุกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินการบัญชี บริษัท โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) เปิดเผยถึงโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศพม่า กำลังการผลิต 1,280 เมกะวัตต์ ว่า บริษัทได้ร่วมลงทุนกับพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น ดำเนินการภายใต้บริษัท Toyo Thai Power Holding (TTPHD) มีมูลค่าการลงทุน 9.1 หมื่นล้านบาท
บริษัทจะถือหุ้นในสัดส่วน 57% และมีแผนจะนำ TTPHD เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ประมาณปลายปี 2559 ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกบริษัทที่จะทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อระดมทุนจำนวน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ นำไปใช้ลงทุนในโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศพม่า และทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทลดลงเหลือประมาณ 30% แต่เมื่อรวมกับพันธมิตรในกลุ่มจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนเกิน 50%
สำหรับแหล่งเงินที่เหลือจะเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยวงเงินหลักจะมาจากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) เป็นผู้ให้การสนับสนุนสินเชื่อ และน่าจะมีสถาบันการเงินอื่นร่วมด้วย
โรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวน่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงต้นปี 2559 แล้วเสร็จใช้เวลา 4 ปี โดยประเมินว่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน 12-18% ใช้เวลา 11 ปีในการคืนทุน โดยคาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ได้ประมาณปี 2563 จะทำให้ TTPHD มีรายได้จากการขายไฟปีละ 2 หมื่นล้านบาท และ TTCL จะรับรู้กำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น
“บริษัทคาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ให้กับรัฐบาลพม่าได้ในปี 2563 จะทำให้โครงสร้างกำไรของบริษัทในปีดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป โดยจะมีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจก่อสร้าง 1,000-1,500 ล้านบาท ทำให้มีกำไรรวม 2,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวประเมินตามข้อมูลที่มีในปัจจุบัน” นายกอบชัย กล่าว
นอกจากบริษัทจะได้รับผลดีจากการขายไฟในโครงการดังกล่าวแล้ว ยังได้รับผลดีในการเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างจำนวน 5 หมื่นล้านบาท จากมูลค่าก่อสร้างของทั้งโครงการ 7.5 หมื่นล้านบาท โดยจะเริ่มรู้มูลค่างานดังกล่าวเข้าเป็นมูลค่างานในมือ (แบ็กล็อก) ให้กับ TTCL ประมาณต้นปี 2559 ทำให้มูลค่างานในมือของบริษัทสูงเป็นประวัติการณ์
ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือของ TTCL จำนวน 3.4 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ 2 หมื่นล้านบาท ทำให้รายได้เติบโต 10-15% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1.9 หมื่นล้านบาท
สำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บริษัทได้ตั้งเป้าหมายว่าจะมีมูลค่างานใหม่ในแต่ละปีไม่น้อยกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะเน้นการรับงานในต่างประเทศ หรือในสัดส่วน 80% ขณะที่งานในประเทศจะมีสัดส่วนเพียง 20% สาเหตุเนื่องจากในต่างประเทศมีทรัพยากร และการลงทุนในปิโตรเลียมและธุรกิจปิโตรเคมีในจำนวนสูง
นายกอบชัย กล่าวอีกว่า ภาพโครงสร้างรายได้ในอนาคตอาจไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นสัดส่วนที่สูงตามมูลค่างานที่สูง แต่ในส่วนของโครงสร้างกำไรจะเปลี่ยนแปลงไป โดยธุรกิจไฟฟ้าจะมีสัดส่วนกำไรที่สูงเกินกว่า 50% ของกำไรสุทธิ เพราะนอกจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศพม่าแล้ว บริษัทยังมุ่งให้ความสำคัญกับการรุกเข้าสู่ธุรกิจพลังงานให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง
บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตเพื่อทำโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 30-40 เมกะวัตต์ คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปและความคืบหน้าภายในปีนี้ รวมถึงรับเหมาก่อสร้างและร่วมลงทุนโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ในประเทศลาว มูลค่างาน 250 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าในไตรมาส 2 นี้น่าจะได้ข้อสรุป
นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส ปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมหุ้น TTCL เป็น 33.27 บาท จากเดิมที่คาดไว้ 28 บาท และยังมีปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะผลเชิงบวกจากโรงไฟฟ้าใหญ่ซึ่งจะช่วยรองรับการสร้างรายได้ที่มั่นคงในช่วง 4 ปีข้างหน้า คงคำแนะนำ ซื้อ ส่วน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ ซื้อ กำหนดราคาพื้นฐานไว้ที่ 32 บาท คาด ปีนี้ผลการดำเนินงานฟื้นตัวถึง 69% และปีหน้าโตต่อ 17% เนื่องจากธุรกิจไฟฟ้าที่พม่า โดยปีนี้คาดว่าจะมีกำลังการผลิตเป็น 120 เมกะวัตต์ จากปี 2557 ที่ 80 เมกะวัตต์ รวมทั้งปีที่แล้วได้รับผลลบจากโครงการเปลี่ยนทะเลเป็นน้ำจืดที่การ์ต้าในงาน EPC แต่ปีนี้จะมีสัดส่วนรายได้เพียง 3% เท่านั้นดังนั้นจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้จะฟื้นตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ บล.ธนชาตให้มูลค่าเหมาะสมถึง 55 บาท มองว่า TTCL เป็นเทิร์นอะราวด์ จากปีนี้เป็นต้นไป เพราะผลขาดทุนจากโครงการกาตาร์ลดลง งาน EPC ใหม่มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท โรงไฟฟ้าระยะที่ 3 ในพม่าจะเข้ามาในไตรมาส 2 และรายได้ EPC จากโครงการโรงไฟฟ้า 1,280 เมกะวัตต์







