
เรคกูเลเตอร์กดค่าเอฟทีงวดใหม่ลง9.35สต.
เรคกูเลเตอร์กดค่าเอฟทีงวดใหม่เดือนพ.ค.-ส.ค. ลง9.35 สต.ต่อหน่วย
เรคกูเลเตอร์กดค่าเอฟทีงวดใหม่เดือนพ.ค.-ส.ค. ลง9.35 สต.ต่อหน่วย
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรคกูเลเตอร์) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่า ที่ประชุมมีมติกำหนดอัตราไฟฟ้าอัตโนมัติ(เอฟที) รอบเดือนพ.ค-ส.ค. 2558 ปรับลดลง 9.35สต.ต่อหน่วย มาอยู่ที่49.61สต.ต่อหน่วยเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บประชาชนอยู่ที่หน่วยละ3.76บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ สาเหตุที่ค่าเอฟทีปรับลดลง เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงโดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติที่สะท้อนจากราคาน้ำมันย้อนหลัง6เดือน ซึ่งราคาน้ำมันได้ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์หยุดจ่ายก๊าซของพม่าตั้งแต่ช่วงวันที่ 10-27 เมษายน นี้ ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันเตาเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากแผนเดิมจำนวน56.49 ล้านลิตร
สำหรับปัจจัยอื่นที่มีผลผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงและการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนพฤษภาคม– สิงหาคม 2558 ประเมินความต้องการพลังงานไฟฟ้าคาดว่าจะเท่ากับ 63,401 ล้านหน่วย สูงกว่าช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2558 ร้อยละ 6.58 ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน นอกจากนี้อัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนี้ไม่ผันผวนมากนักโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 33.05 บาท/เหรียญสหรัฐ
ด้านสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในงวดเดือนพฤษภาคม– สิงหาคม 2558 เมื่อเทียบกับงวดที่ผ่านมา (ม.ค. – เม.ย. 58) ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักร้อยละ 66.05 รองลงมาเป็นซื้อไฟฟ้าจากลาวและมาเลเซียร้อยละ 9.75 ถ่านหินนำเข้าร้อยละ 9.08 ถ่านหินลิกไนต์ร้อยละ 7.91 และพลังน้ำร้อยละ 2.70
ส่วนราคาเชื้อเพลิงคาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ 262.40 บาทต่อล้านบีทียู ปรับตัวลดลงจากงวดที่ผ่านมา20.60 บาทต่อล้านบีทียู น้ำมันเตาจะอยู่ที่ 15.20 บาทต่อลิตร ลดลง 6.83 บาทต่อลิตรส่วนน้ำมันดีเซลจะอยู่ที่ 25.86 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 1.31บาทต่อลิตร และถ่านหินนำเข้าจะอยู่ที่ 3,386.20 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้น3.17 บาทต่อตัน







