
กรุงไทยบุกทวงเอสเอ็มอี-รายย่อยคืน
ปี2557 ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารรัฐวิสาหกิจที่มีสินทรัพย์ขนาดใหญ่สุดของระบบธนาคารพาณิชย์ประสบความสำเร็จในการปล่อยสินเชื่อที่เติบโตถึง 10.9% เหนือเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5-7% จากความต้องการสินเชื่อภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ปี 2558 จึงตั้งเป้าสินเชื่อสูงกว่ากลุ่ม โดยคาดว่าสินเชื่อจะโตสูงกว่าตัวเลขเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) 1.5 เท่า หรือหากอิงเศรษฐกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งเป้าไว้ 3.8% สินเชื่อ KTB จะเติบโตสูงถึง 9.5%
ปี2557 ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารรัฐวิสาหกิจที่มีสินทรัพย์ขนาดใหญ่สุดของระบบธนาคารพาณิชย์ประสบความสำเร็จในการปล่อยสินเชื่อที่เติบโตถึง 10.9% เหนือเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5-7% จากความต้องการสินเชื่อภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ปี 2558 จึงตั้งเป้าสินเชื่อสูงกว่ากลุ่ม โดยคาดว่าสินเชื่อจะโตสูงกว่าตัวเลขเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) 1.5 เท่า หรือหากอิงเศรษฐกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งเป้าไว้ 3.8% สินเชื่อ KTB จะเติบโตสูงถึง 9.5%
วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ KTB กล่าวว่า สินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโตสูงในปีนี้คือสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และสินเชื่อรายย่อย และตั้งเป้าจ่ายเงินปันผลสูงกว่านโยบายที่จะจ่ายปันผล 40% ของกำไรสุทธิเล็กน้อย โดยคาดว่าอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) ปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 12%
กรรมการผู้จัดการใหญ่ KTB เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ย. 2555 ปีแรกที่เข้ามาได้โชว์ผลงาน อาร์โออีพุ่งจากปี 2555 ที่ 13.2% เป็นสูงสุด 17.4% ในปี 2556 จากนั้นลดลงมาเหลือ 15.1% ปี 2557 ในขณะที่กองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกองทุนขั้นที่ 1 ที่เพิ่มจาก 10.2% เป็น 11.8% และกองทุนขั้นที่ 2 ลดลงจาก 6.2% เหลือ 3.9% ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ NIM ยังเคลื่อนไหวใกล้เคียงกัน 2-3% ด้านปีนี้การตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญคาดว่าจะใกล้เคียงปี 2557 หรือเดือนละ 700 ล้านบาท
ปี 2558 นี้ KTB ตั้งเป้า NIM ไว้ที่ 2.7% และจะเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์จากเดิมกว่า 2% ต่ำกว่าธนาคารกสิรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ให้สูงขึ้นจากการบุกสินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อย และคาดว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะลดลง
กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า จะขอลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อยที่เคยหนีไปใช้บริการธนาคารอื่นคืนมา ด้วยระบบการให้บริการที่ดีและรวดเร็วกว่า และจากสาขาของธนาคารที่ครอบคลุมทั่วประเทศ 1,200 แห่ง หลังจากมีการปรับระบบการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอัตราเติบโตจะมาจากธุรกิจขนาดกลางยอดขายไม่เกิน 500 ล้านบาท
2 ปีที่ผ่านมาหลังจากเข้ามารับตำแหน่งเดือน พ.ย. 2555 เขาได้ปรับกระบวนการต่อยอดความต้องการของเอสเอ็มอีที่มีอยู่ 20% ของพอร์ตสินเชื่อ 3.6 แสนราย ยอดขายไม่เกิน 500 ล้านบาท พบว่าลูกค้าที่มีขนาดธุรกิจตั้งแต่ 1-100 ล้านบาทเป็นฟันเฟืองสำคัญ พร้อมกับตั้งสายงานใหม่สายงานตลาดโกลบอล ดูเรื่องตราสารหนี้ ค่าเงิน ให้ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่
“ยุทธศาสตร์ของเราคือ ขยายการเติบโตเอสเอ็มอี และรายย่อยที่ขนาดธุรกิจไม่เกิน 100 ล้านบาทที่ปีก่อนมีทั้งหมด 1.9 ล้านรายสิ้นปี 2557 ที่ผ่านมาสัดส่วนสินเชื่อทั้งสองขนาดรวมกันอยู่ที่ประมาณ 50% และคาดว่าปีนี้จะเพิ่มเป็น 60%”
ปัจจุบันแม้ว่า KTB จะมีสินทรัพย์ขนาดใหญ่สุดของธนาคารพาณิชย์และกำไรยังอยู่ในอันดับสี่ ดังนั้นจึงตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2561 ธนาคารจะต้องมีกำไรสูงสุดในกลุ่มเทียบเท่ากับขนาดสินทรัพย์ ในขณะที่วาระการทำงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของเขากำลังจะหมดวาระเดือน พ.ย. 2559
วรภัค ตั้งเป้าหมาย เมื่อครบวาระการทำงานในเดือน พ.ย. 2559 ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของ KTB จะต้องลดลง การให้บริการต้องรวดเร็วและมีประสิทธิ-ภาพมีผลิตภัณฑ์ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ
“ตอนนี้เรามีผู้บริหารรุ่นใหม่มากขึ้น อายุเฉลี่ยพนักงาน KTB 39 ปี ผู้บริหารอายุเฉลี่ย 49 ปี แนวโน้มค่าเฉลี่ยอายุจะลดลงตามลำดับ ล่าสุดมีการอบรมผู้บริหารรุ่น 27 ระดับผู้จัดการสาขา 150 คนพบว่า อายุงานประมาณ 7-8 ปีเท่านั้น”
สำหรับต้นทุนต่อพนักงานอยู่ที่ 43-44% ใกล้เคียงธนาคารกรุงเทพ (BBL) และ KBANK โดยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) นับว่ามีต้นทุนต่อพนักงานต่ำที่สุด และ KTB มีสัดส่วนพนักงานฝ่ายให้บริการลูกค้ากับฝ่ายสนับสนุน 70:30 จากพนักงานทั้งหมด 2.4 หมื่นคน
วรภัค กล่าวว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมาสินเชื่อของธนาคารยังเติบโตใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงยังไม่มีการปรับเป้าหมาย สำหรับปีนี้คาดว่าผลการดำเนินงานจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีกำไร 3.3 หมื่นล้านบาท จากปีแรก 2555 ที่เข้ามากำไรอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท จากการที่ประสบความสำเร็จในการลดไขมันส่วนเกินปีละ 700 ล้านบาทเพื่อทำให้ระบบงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามปี 2559 ที่เขาจะหมดวาระกรรมการผู้จัดการใหญ่ ยังไม่ได้ตั้งเป้าไว้ว่ากำไรของธนาคารจะอยู่ที่อันดับใดจากขนาดสินทรัพย์ที่อันดับหนึ่ง และล่าสุดกำไรปี 2557 สูงสุดอันดับสี่ของธนาคารพาณิชย์
วรภัค ทิ้งท้ายว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารนั้นอิงการเติบโตเศรษฐกิจเป็นสำคัญ







