posttoday
‘ไมเนอร์’ ตั้งเป้า กำไรซื้อกิจการ18%

‘ไมเนอร์’ ตั้งเป้า กำไรซื้อกิจการ18%

20 เมษายน 2558

MINT เปิดวิธีซื้อธุรกิจเน้นถูกและดี หวังผลตอบแทน 17-18% ไตรมาสแรกทำสถิติกำไรสูงสุด

MINT เปิดวิธีซื้อธุรกิจเน้นถูกและดี หวังผลตอบแทน 17-18% ไตรมาสแรกทำสถิติกำไรสูงสุด

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ถือเป็นบริษัทที่ปักธงไว้อย่างชัดเจนว่า บริษัทจะสร้างความเติบโตด้วยการเข้าไปซื้อกิจการ เพราะหากซื้อจะสามารถทำให้บริษัทรับรู้กำไรได้ทันที และเติบโตได้ตามเป้าหมาย แต่การออกไปซื้อกิจการนั้นใช่ว่าทุกบริษัทที่ดำเนินนโยบายอย่างนี้แล้วจะประสบความสำเร็จทั้งหมด บางแห่งการออกไปซื้อกิจการกลับเป็นภาระและความเสี่ยงกลับมาที่ธุรกิจ

MINT มีวิธี มีหลักการออกไปซื้ออย่างไรถึงประสบความสำเร็จ สามารถสร้างผลกำไรและการเติบโตที่ดีให้กิจการ

ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่การเงินส่วนกลาง MINT กล่าวว่า หลักการเลือกซื้อกิจการนั้น อันดับแรกจะดูที่ราคาสินทรัพย์ที่จะเข้าซื้อ เพราะหากสามารถซื้อได้มาในราคาที่ถูก เมื่อนำมาพัฒนาและนำแบรนด์ของอนันตราเข้าไปบริหารก็จะสามารถฟื้นทรัพย์สินหรือโรงแรมที่เข้าไปซื้อให้สามารถกลับมาสร้างรายได้และกำไรได้

การเข้าไปซื้อโรงแรมของ MINT ที่ผ่านมาจะมี 2 ลักษณะ คือ การเข้าไปซื้อโรงแรมที่เจ้าของกิจการเดิมมีปัญหาในเรื่องของการเงินและธุรกิจอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้าง ซึ่งการซื้อลักษณะนี้เกิดขึ้นในกรณีที่เข้าไปซื้อโอ๊คส์ที่ออสเตรเลีย เมื่อปี 2553 ซึ่งถือว่าเป็นการออกไปซื้อในช่วงเวลาและจังหวะที่ดีมาก เพราะซื้อในจังหวะที่ยุโรปมีปัญหา เจ้าของโรงแรมกำลังล้มละลาย แต่โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมที่ดีและยังเปิดให้บริการปกติ แต่เจ้าของมีปัญหาทางการเงิน เมื่อ MINT ใส่เงินเข้าไปและมีการนำแบรนด์เข้าไปบริหารก็สามารถสร้างกำไรกลับมาทันที

ปัจจุบันกลุ่ม MINT มีกำไรจากธุรกิจโรงแรมกว่า 30% ซึ่งกว่า 20% เป็นกำไรที่เกิดจากโอ๊คส์ และการเข้าไปซื้อโอ๊คส์นอกจากจะได้กิจการที่ดีสามารถสร้างกำไรที่ดีแล้วยังเป็นการเข้าไปขยายฐานลูกค้าในยุโรปด้วย

นอกจากนี้ การเข้าไปซื้อก็จะเป็นการซื้อในเชิงยุทธศาสตร์ ที่โอกาสทางธุรกิจจะเกิดขึ้นอย่างมากหากบริษัทสามารถเข้าไปปักธงในการทำธุรกิจในพื้นที่ที่มองว่ามีศักยภาพ ซึ่งการซื้อในรูปแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2558 ที่ผ่านมาที่ตัดสินใจเข้าไปซื้อโรงแรม 4 โรงแรมที่โปรตุเกส และ 2 โรงแรมในบราซิล ด้วยเงินลงทุนกว่า 6,560 ล้านบาท เพราะมองว่าการไปซื้อครั้งนี้จะทำให้ MINT มีฐานตลาดที่กว้างมาก และอนาคตพื้นที่ทางธุรกิจในแอฟริกา อเมริกาใต้ จะเป็นพื้นที่เจริญและจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากเพราะมีธรรมชาติที่สวยงาม อนาคตจะเติบโตดีมาก และผลของการออกไปซื้อครั้งนี้ทางบริษัทก็จะสามารถรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนทันทีในไตรมาสแรกปีนี้

“ภายในองค์กรจะมีคณะกรรมการในการลงทุนในแต่ละส่วนธุรกิจ ซึ่งในส่วนของโรงแรมนั้นคณะกรรมการลงทุนจะมีประมาณ 5-6 คน ซึ่งทุกครั้งที่จะมีการซื้อก็จะมีการพิจารณาในทุกด้านอย่างละเอียดและรอบคอบ จึงทำให้ในการออกไปซื้อแต่ละครั้งของ MINT ประสบความสำเร็จ และในการออกไปซื้อนั้นบริษัทจะคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนหรือไออาร์อาร์จากการออกไปลงทุนนั้นจะอยู่ในระดับประมาณ 17-18%”

การขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า MINT จะเข้าไปซื้อในทุกประเทศหรือทุกทำเล เพราะหากในประเทศที่มองว่ามีความสำคัญที่จะต้องเข้าไปแต่สินทรัพย์ราคาแพงมากก็จะไม่ใช้วิธีในการเข้าไปซื้อกิจการแต่จะเข้าไปรับจ้างบริหารมากกว่า ซึ่งกรณีนี้จะเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางซึ่งสินทรัพย์ราคาแพงมาก แต่ MINT เข้าไปรับจ้างบริหารและนำแบรนด์อนันตราเข้าไป โดยจะเน้นในเรื่องของการบริการและดูแลลูกค้าด้วยความประทับใจเมื่อแบรนด์อนันตราเป็นที่รู้จักและยอมรับ เมื่อลูกค้าในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเดินทางออกไปนอกประเทศไม่ว่าจะที่ไหนก็จะเลือกใช้บริการโรงแรมในเครือของเรา ซึ่งในการรับจ้างบริหารจะมีค่าธรรมเนียมเข้ามาเป็นรายได้ ซึ่งปัจจุบันรายได้จากค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 3-5% ของรายได้รวม

ทั้งนี้ นโยบายการออกไปลงทุนต่างประเทศ ได้ตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่ดีมาก เพราะหาก MINT ทำธุรกิจในประเทศเพียงอย่างเดียวก็อาจได้รับผลกระทบจากทุกๆ วิกฤตที่เกิดขึ้น แต่นี่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น MINT ก็ยังสามารถสร้างผลกำไรที่ดีให้กับธุรกิจได้

แนวโน้มผลดำเนินงานในไตรมาสแรกปีนี้น่าจะเติบโตและดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา และบริษัทจะมีการรับรู้จากการออกไปลงทุนซื้อโรงแรมเมื่อต้นปีเข้ามาด้วย ส่วนแนวโน้มทั้งปีนั้นคงเป้ากำไรปีนี้เติบโต 15-20% จากปีก่อนที่ทำได้ 4,400 ล้านบาท ส่วนรายได้คาดจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 3.97 หมื่นล้านบาท

บล.บัวหลวง วิเคราะห์ว่า การเข้าซื้อโรงแรมขนาดใหญ่เมื่อต้นปี 2558 คือ ซัน อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีโรงแรม 6 แห่งในประเทศบราซิลและโปรตุเกส มีจำนวนห้องพัก 1,600 ห้อง จะช่วยหนุนรายได้ให้เพิ่มขึ้น 15% และจะเพิ่มเป็น 17% ในปี 2562 และคาดว่าจะทำให้มีรายได้เพิ่ม 460-700 ล้านบาท/ปี หรือคิดเป็นประมาณ 9% ที่เพิ่มขึ้นของประมาณการกำไรต่อปีในช่วงปี 2558-2562 และในไตรมาส 1/2558 MINT จะทำสถิติโชว์กำไรสูงสุด และทั้งปีกำไรจะเติบโต 18% จากปี 2557

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม