posttoday
ชี้เงินดิจิทัล ยังเสี่ยงสูงกม.ไม่รองรับ

ชี้เงินดิจิทัล ยังเสี่ยงสูงกม.ไม่รองรับ

18 เมษายน 2558

จากกรณีผู้บริหารหลายคนในบริษัท ยูฟัน ถูกตำรวจเข้าจับกุมในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงและความผิดอื่นๆ

จากกรณีผู้บริหารหลายคนในบริษัท ยูฟัน ถูกตำรวจเข้าจับกุมในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงและความผิดอื่นๆ โดยมีลักษณะการทำธุรกิจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต คือ ชูเรื่องเงินสกุลดิจิทัล (Digital Currency) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มาชักจูงลูกค้านั้น นับเป็นความเสี่ยงที่หลายฝ่ายจำเป็นต้องเร่งชี้แจงกับประชาชน

ที่ผ่านมา เคยมีคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจลักษณะแชร์ลูกโซ่ที่ไม่ได้ใช้เงินบาทอยู่หลายคดี เช่น แชร์น้ำมัน และแชร์ข้าวสาร แต่สำหรับยูฟันที่จดทะเบียนทำธุรกิจขายตรง แต่กลับมีลักษณะของแชร์ลูกโซ่นั้น ได้ใช้เงินสกุลใหม่ที่เรียกว่า ยูโทเคน ซึ่งไม่ได้เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ แต่เป็นเงินเสมือนจริง ที่มีค่าตามกลไกระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเท่านั้น

หากตัดประเด็นเรื่องแชร์ลูกโซ่ออกไปโดยมุ่งประเด็นที่เงินสกุลดิจิทัลอย่างเดียว จะพบว่า ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งในหลายประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับการใช้เงินดิจิทัล เฉพาะในอาเซียนมีสิงคโปร์เพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่รับรองการใช้เงินบิตคอยน์

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศเมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น 4 ประเด็นหลักๆ คือ 1.หน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นี้ไม่ถือเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย 2.มีความเสี่ยงที่มูลค่าหน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ผันแปรอย่างรวดเร็ว 3.มีความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูล 4.มีความเสี่ยงที่ผู้ใช้ไม่ได้รับการคุ้มครอง เนื่องจากหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวไม่ได้เป็นสื่อการชำระเงินตามกฎหมาย ดังนั้น หากมีการใช้เป็นช่องทางหลอกลวง หรือฉ้อโกง การติดตามข้อมูลการโอนเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานอาจทำได้ยากหากต้องฟ้องร้องดำเนินคดี

ดังนั้น การที่มีบริษัทต่างชาติเข้ามาเปิดธุรกิจในไทยโดยใช้เงินดิจิทัลในหลายชื่อ จึงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งที่ผู้บริโภคต้องรู้ไว้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกรณีหากเกิดการฉ้อโกงขึ้น

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี