
ทำไม‘ช็อป’ถึงช่วยชาติ
.....เศรณี นาคธน
หลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวของการจัดมหกรรมลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ โดยเฉพาะในระยะหลังๆ มานี้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำหรับใช้ภายในครัวเรือน สินค้าแบรนด์เนม สินค้าแฟชั่น ที่จัดโดยทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งการจัดมหกรรมเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือน แล้วเราเคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า ทำไมการจับจ่ายใช้สอย หรือการ “ช็อปปิ้ง” จากภาคครัวเรือนอย่างเราๆ นั้นถึงมีความสำคัญขนาดมีคำกล่าวที่ว่า “ช็อปช่วยชาติ” ได้
ก่อนที่เราจะทราบเหตุผล เรามาทำความรู้จักกับการบริโภคหรือการใช้จ่ายภาคครัวเรือนกันสักหน่อย การบริโภคภาคครัวเรือน หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ของครัวเรือนผ่านตลาดสินค้า ซึ่งเป็นการบริโภคขั้นสุดท้าย ไม่ได้เป็นการใช้จ่ายเพื่อนำไปผลิตหรือจำหน่ายต่อ
สาเหตุของการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายนั้น เป็นเพราะว่า การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเป็นตัวแปรที่มีสัดส่วนมากที่สุดในการวัดมูลค่าผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น (GDP) หรือรายได้ประชาชาติ ซึ่งถือเป็นตัวแทนที่แสดงระดับความกินดีอยู่ดีของคนในประเทศอย่างคร่าวๆ โดยถ้าเราลองมองย้อนหลังกลับไปในแต่ละปีจะพบว่า การบริโภคภาคครัวเรือนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่า GDP ประเทศเราเลยทีเดียว
เมื่อภาคครัวเรือนมีการใช้จ่าย เศรษฐกิจก็จะขยายตัว โดยตัวเลข GDP ที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงเท่ากับจำนวนเงินที่ถูกใช้จ่ายเท่านั้น การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนนั้นจะส่งผลต่อเนื่องไปกระตุ้นการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การลงทุน ภาคการผลิต การจ้างงาน และตลาดวัตถุดิบ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลให้รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อผู้บริโภคมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะมีการใช้จ่ายมากขึ้น และเงินเหล่านั้นแล้วก็จะวนกลับไปกระตุ้นภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ต่อไปไม่รู้จบ ลองนึกถึงตัวอย่างง่ายๆ คือ เมื่อเราซื้อเสื้อผ้า คนขายก็จะนำเงินที่ได้ไปซื้อเสื้อผ้าเพื่อมาขายเพิ่ม โรงงานก็จะมีการลงทุนเพื่อผลิตเสื้อผ้า มีการจ้างแรงงาน และผู้ผลิตวัตถุดิบก็สามารถขายสินค้าของตนเองให้กับโรงงานทำเสื้อผ้า ทำให้รายได้ถูกส่งต่อกันเป็นทอดๆ
นอกจากนั้น การใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลทางด้านจิตวิทยา คือส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเมื่อประเทศสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากภาคครัวเรือนได้ ผู้คนก็มีแนวโน้มที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เศรษฐกิจของประเทศก็จะมีการขยายตัวเพิ่มตามไปด้วย จากปัญหาความไม่สงบภายในประเทศและผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้ประเทศไทยของเราจำเป็นที่จะต้องเรียกความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนคืนมา และหาทางฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ การกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนนั้นนอกจากจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเริ่มต้นการกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจของผู้ดำเนินนโยบายอีกด้วย
อย่างไรก็ดี การกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือนคงเป็นเครื่องมือทางนโยบายได้เพียงในระยะสั้นเท่านั้น จะหวังให้เศรษฐกิจขยายตัวโดยพึ่งพาเพียงการใช้จ่ายของครัวเรือนอย่างเดียวตลอดไปโดยที่ไม่มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานใดๆ เลยคงจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นผู้ดำเนินนโยบายก็จะต้องหามาตรการที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาวควบคู่กันไปด้วย เช่น การปรับปรุงโครงสร้างการศึกษา หรือการพัฒนาระบบการค้า เพื่อให้เกิดความเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม
ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ภาคครัวเรือนอย่างเราๆ สามารถทำให้กับประเทศของเราได้ เพราะฉะนั้นออกมา “ช็อปช่วยชาติ” กันเถอะค่ะ







