
วรรณเฮ2กองทริกเกอร์กำไรฉลุย
บลจ.วรรณ บริหารทริกเกอร์ฟันด์ 2 กองถึงเป้าหมาย 6-7% ผลตอบแทนทิ้งห่างเกณฑ์มาตรฐานมาก
บลจ.วรรณ บริหารทริกเกอร์ฟันด์ 2 กองถึงเป้าหมาย 6-7% ผลตอบแทนทิ้งห่างเกณฑ์มาตรฐานมาก
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า บลจ.วรรณสามารถบริหารกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อีก 2 กองทุน ในวันที่ 16 เม.ย.2558 ได้แก่ กองทุนเปิด วรรณ เอเชีย อีโคโนมิค โมท 7 ฟันด์ (ONE-MOAT7) โดยกองทุนสามารถคืนผลตอบแทนได้ 7% ภายในเวลา 7 เดือนตามคาด และกองทุนเปิด วรรณ แอคทีฟ6 ฟันด์ (ONE-ACTIVE6) โดยคืนผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนได้ 6% ภายในเวลา 56 วัน
ทั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทปิดกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ได้ถึง 13 กองทุน โดยเหลือ เพียง 3 กองทุนที่ยังอยู่ในช่วงการบริหารจัดการ
สำหรับกลยุทธ์การบริหารจัดการกองทุนทริกเกอร์ฟันด์นั้น บลจ.วรรณ เน้นกลยุทธ์การลงทุนในลักษณะเชิงรุกอย่างแท้จริง โดยปรับพอร์ตของตราสารที่สอดคล้องไปกับสภาวะการลงทุนในแต่ละช่วงเวลานั้นๆ และจะมีการซื้อขายตราสารที่ลงทุนระหว่างทางเพื่อบริหารกองทุนให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเน้นเลือกหุ้นและหรือตราสารที่มีโอกาสการเติบโตของราคาในอนาคต
"แม้จะเป็นกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ แต่ก็ยังสร้างผลตอบแทนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อาทิเช่น กองทุนเปิด ONE-MOAT7 และ ONE-ACTIVE6 ที่ให้ผลตอบแทนของกองทุนตั้งแต่จัดตั้งอยู่ที่ 7.30% และ 6.00% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานที่ให้ผลตอบแทนที่ 1.03% และ 3.69% ในช่วงเวลาเดียวกันตามลำดับ”นายวิน กล่าว
สำหรับภาพรวมการลงทุนในระยะถัดไป ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมองว่าระยะสั้นยังคงปรับตัวขึ้นต่อได้จากการอัดฉีดมาตรการคิวอี รวม ทั้งมาตรการปรับโครงสร้างเชิงเศรษฐกิจในระยะยาว เป็นต้น ขณะที่อาเซียน มองว่า เศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่การฟื้นตัวได้ดีจากแรงหนุนของเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคการส่งออก ขณะที่การใช้จ่ายภายในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวได้มากขึ้นจากมาตรการการกระตุ้นของทางการในแต่ละประเทศและการเมืองภายในประเทศที่คลี่คลาย ซึ่งมีโอกาสดึงความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเข้าสู่ตลาดหุ้นอาเซียนได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตามมองว่าตลาดหุ้นจีนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่น จากมาตรการการสนับสนุนเศรษฐกิจที่มีอย่างต่อเนื่อง การเร่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ทำให้คาดว่าหุ้นกลุ่มภาคธนาคารพาณิชย์และโครงสร้างพื้นฐานปรับตัวได้ดีจากเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าตลาดหุ้น โดยเฉพาะเงินลงทุนของนักลงทุนจีนในประเทศและการผ่อนคลายกฎเกณฑ์การเข้าลงทุนของรัฐบาลจีน รวมถึงการเชื่อมโยงตลาดหุ้นฮ่องกงกับเซินเจิ้นประมาณเดือน พ.ค.2558 หลังจากเชื่อมโยงตลาดหุ้นจีนกับฮ่องกงประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนของนักลงทุนในหุ้นจีนมีมากยิ่งขึ้น
"ปัจจุบันตลาดหุ้นจีนทั้งในส่วนของ A-Share และ H-Share ซื้อขายที่พี/อี 14.26 เท่าและ 8.26 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียที่อยู่ที่ระดับ 14.95 เท่า และจากปัจจัยสนับสนุนทำให้มองว่าหุ้นจีนยังไม่แพง แม้จะปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 11.8% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันแล้วก็ตาม โดยเฉพาะยิ่งหุ้น H-Share ที่ยังมีราคาถูกค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับหุ้น A-Share”นายวิน กล่าว
บลจ.วรรณ จึงเสนอขายกองทุนเปิด วรรณ ไชน่า แวลู 5/3 ระหว่างวันที่ 8-22 เม.ย. 58 โดยมีเป้าหมายเลิกโครงการที่ 5% ในระยะเวลา 5 เดือน โดยจะเน้นการลงทุนในหน่วยลงทุน ETF ประเภท H-Share 40% และ A-share อีก 20% รวมทั้งคัดเลือกหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของเศรษฐกิจและมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับกองทุนอีก 40% โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โครงสร้างพื้นฐาน ประกัน และกลุ่มสื่อสาร เป็นต้น







