คลังกดปุ่มเก็บข้อมูลคนจน
รัฐบาลหวังว่า การขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้ครั้งนี้ จะช่วยให้นโยบายของรัฐบาลขับเคลื่อนได้ดีขึ้น
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกเสียงดังฟังชัดว่า จะไม่ทำโครงการประชานิยม เพราะเป็นการทำให้สังคมอ่อนแอ และคนไทยพึ่งพาตัวเองไม่ได้ แต่จะเปลี่ยนเป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพให้คนจน หรือจัดรัฐสวัสดิการให้แทน
ความยากของการที่จะดำเนินนโยบายให้เป็นไปตามเป้าหมายนั้นอยู่ที่ข้อมูล ซึ่งประเทศไทยมีจุดอ่อนอยู่ที่การเก็บฐานข้อมูลของคนจนที่ไม่มีการรวบรวมอย่างเป็นทางการ หลายหน่วยงานต่างกระทรวง เก็บข้อมูลแล้วตัวเลข
ไม่ตรงกันเลย เมื่อข้อมูลตัวเลขไม่ตรงกัน ก็ไม่สามารถทำงานได้บรรลุวัตถุประสงค์
รัฐบาลมีหลายนโยบายที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือคนจน และวางแผนการออมแห่งชาติ ซึ่งในเร็วๆ นี้ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) จะเริ่มมีการดำเนินการแล้ว ซึ่ง กอช.จะเป็นองค์กรส่งเสริมให้ประชาชนที่มีอาชีพอิสระออมเงินในวัยเกษียณได้เองโดยสมัครใจ
สำหรับนาโนไฟแนนซ์นั้น รัฐบาลต้องการให้เข้าไปช่วยดูแลปัญหาหนี้นอกระบบให้ประชาชนมากู้ในระบบเสียดอกเบี้ยน้อยกว่าซึ่งมีบริษัทเอกชนที่สนใจจะเข้ามาในธุรกิจนี้และได้รับการอนุญาตจากกระทรวงการคลังแล้ว 3 ราย
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายที่จะช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชนที่อยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจนของประเทศที่มีรายได้ไม่เพียงพอยังชีพ
แต่การดำเนินการใดๆ ก็ไม่อาจทำได้ หากไม่มีข้อมูล เพราะการกำหนดจุดเป้าหมาย การใช้งบประมาณ และการวางระบบไม่ให้เงินรั่วไหลและไม่ให้ฝ่ายการเมืองนำเอาไปสร้างผลประโยชน์ทางการเมืองในอนาคต
วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งให้กรมสรรพากรร่างรายละเอียดและทำแบบฟอร์มเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้ทุกสาขาอาชีพ ตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงแม่ค้า โดยเบื้องต้นจะเป็นแบบฟอร์มรายละเอียดอย่างง่าย ซึ่งให้ประชาชนกรอกรายชื่อ อายุ ที่อยู่ และรายได้ เพื่อให้รัฐบาลสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการประเมินถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่ที่ไหนและเป็นใครบ้าง ก่อนกำหนดนโยบายต่างๆ ให้กับประชาชนได้ตรงกลุ่มมากขึ้น
เนื่องจากที่ผ่านมายังมีประชาชนบางส่วนไม่ได้อยู่ในระบบในปัจจุบัน เช่น ระบบประกันสังคมหรือระบบฐานภาษี ทำให้นโยบายของรัฐบาลในแต่ละครั้งลงไปไม่ถึงชาวบ้าน
เหตุผลของการขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้ครั้งนี้ จะต้องรู้ให้ชัดเจนจะลงลึกถึงรายชื่อว่าในตำบล ในหมู่บ้าน มีใครที่เดือดร้อนเข้าข่ายจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบ้าง เพื่อให้มาตรการที่รัฐจะให้ความช่วยเหลือในอนาคตไปถึงตัวบุคคลที่ถูกต้อง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร แต่จะจดทะเบียนผู้มีรายได้ทั้งหมด ทั้งพ่อค้า แม่ค้า ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะมาหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการจดทะเบียนอย่างไร ซึ่งต้องรีบทำให้เสร็จก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2558 หรือภายในเดือน ก.ย.นี้
ขณะเดียวกัน การขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้ครั้งนี้ จะช่วยให้นโยบายของรัฐบาลขับเคลื่อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์) ที่จะเข้าไปช่วยดูปัญหาหนี้นอกระบบและส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินวัยยาม เกษียณได้ตรงจุดมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลจะมีข้อมูลเกี่ยวกับประชาชนไม่ได้อยู่ในระบบในปัจจุบัน
รัฐบาลหวังว่า การขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้ครั้งนี้ จะช่วยให้นโยบายของรัฐบาลขับเคลื่อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ กอช.และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ที่จะเข้าไปช่วยดูปัญหาหนี้นอกระบบและส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินวัยยามเกษียณได้ตรงจุดมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลจะมีข้อมูลเกี่ยวกับประชาชนไม่ได้อยู่ในระบบในปัจจุบัน
“นายกรัฐมนตรีต้องการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการขึ้นทะเบียนประชาชนผู้มีเงินได้ทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบความเป็นอยู่ของประชาชน ก่อนที่จะนำมาแบ่งกลุ่มในการกำหนดรายได้ตามประเภทต่างๆ หากรัฐบาลจะมีนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชน ก็จะสามารถช่วยเหลือได้ตรงจุดไม่ตกหล่นเหมือนที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าการมอบหมายให้กรมสรรพากรขึ้นทะเบียนประชาชนในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขยายฐานภาษีเพิ่มอย่างแน่นอน” รมช.คลัง กล่าว







