posttoday
กฎหมายพม่า’58 จับตาอุปสรรคเขย่าลงทุน

กฎหมายพม่า’58 จับตาอุปสรรคเขย่าลงทุน

16 เมษายน 2558

แม้หลายปีที่ผ่านมา พม่าจะแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

แม้หลายปีที่ผ่านมา พม่าจะแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่การแก้ไขรายละเอียดของกฎหมายยังคงไม่หยุดนิ่ง ทั้งทิศทางและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของพม่ายังคงเปลี่ยนแปลงเกือบตลอดเวลา

ล่าสุด พม่าได้เผยแพร่ร่างกฎหมายการลงทุน พ.ศ. 2558 เพื่อเตรียมประกาศใช้ทดแทนกฎหมายการลงทุนของชาวต่างชาติ พ.ศ. 2555 และกฎหมายการลงทุนสำหรับพลเมืองพม่า พ.ศ. 2556 ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ รวบประเด็นการลงทุนโดยนักลงทุนท้องถิ่น นักลงทุนต่างชาติ และการร่วมทุนกันระหว่างนักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติ ไว้ในกฎหมายฉบับเดียวและปรับปรุงเนื้อหากฎหมายเดิมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เรื่องที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ การประกาศธุรกิจต้องห้าม 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่ห้ามทั้งนักลงทุนท้องถิ่นและนักลงทุนต่างชาติดำเนินการ 2.กลุ่มที่ห้ามนักลงทุนต่างชาติดำเนินการ 3.กลุ่มที่ห้ามนักลงทุนต่างชาติดำเนินการ เว้นแต่เป็นการลงทุนร่วมกับนักลงทุนท้องถิ่น หรือ Joint Venture 4.กลุ่มที่ต้องรอการอนุญาตจากคณะกรรมการการลงทุนของพม่า โดยประเภทธุรกิจต้องห้ามภายใต้ทั้ง 4 กลุ่มยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

อีกเรื่องหนึ่งที่มีการระบุไว้ชัดเจนในร่างกฎหมายใหม่ คือ การเข้าถึงที่ดินของนักลงทุนต่างชาติ นับจากกฎหมายประกาศใช้ ชาวต่างชาติจะมีสิทธิเจรจาเช่าที่ดินทั้งจากผู้ถือครองที่ดินชาวพม่าและภาครัฐของพม่า ภายใต้สิทธิการเช่าสูงสุด 50 ปี ขยายสิทธิได้สูงสุดครั้งละ 10 ปี อีก 2 ครั้ง

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายใหม่ยังระบุสาระสำคัญเกี่ยวกับการลงทุนอีกหลายประการ อาทิ การขนย้ายเงินออกนอกพม่า สัญญาผูกมัดการลงทุน สิทธิประโยชน์การลงทุน ขั้นตอนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงเรื่องที่ชาวต่างชาติกังวลเมื่อเข้าไปลงทุนในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีอย่างเรื่องการเข้ามายึดธุรกิจโดยภาครัฐ ว่าจะมีขอบเขตครอบคลุมมากน้อยเพียงใด

นอกจากความชัดเจนที่จะระบุออกมาภายในกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่แล้ว รายงาน Investment Policy Reviews : Myanmar ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) อัพเดทข้อมูล ณ ปี 2557 ระบุว่า พม่ามีแนวโน้มให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาสิทธิแรงงานในพม่ามากขึ้น แถมยังเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมเข้มแข็งขึ้นด้วย โดยปัจจุบันพม่าได้ตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพม่า (เอ็มเอ็นเอชอาร์ซี) ขึ้นแล้ว และได้ลงนามร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ว่าจะขจัดการใช้แรงงานบังคับในปีนี้

ทั้งนี้ โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการในพม่าต้องชะงักลงชั่วคราว เนื่องจากการประท้วงของคนท้องถิ่น ขณะเดียวกันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านแรงงานของพม่า ยังได้ให้สิทธิแรงงานจัดตั้งสหภาพแล้ว ทำให้แรงงานพม่าสามารถลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองได้

รายงานย้ำว่า ผู้สนใจจะลงทุนในพม่าจึงควรเข้าไปลงทุนอย่างรับผิดชอบ และปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด แม้กฎหมายอาจจะยังไม่ได้บังคับใช้จนได้มาตรฐานสากลแบบในประเทศอื่นๆ ก็ตาม เพื่อให้การลงทุนในพม่ากลายเป็นการลงทุนที่ยั่งยืน สอดคล้องกับทิศทางของพม่าที่ต้องการให้ธุรกิจที่เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาพม่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนท้องถิ่น

ปัจจุบันพม่าอยู่ระหว่างการใช้กฎหมายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2555 โดยบังคับให้ทุกโครงการธุรกิจต้องผ่านการประเมินผลกระทบต่อสังคมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการประเมินผลกระทบต่างๆ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้เป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ พม่ายังได้จัดตั้งศูนย์สำหรับธุรกิจที่มีความรับผิดชอบในพม่าขึ้นเมื่อกลางปี 2556 เพื่อดูแลภาคธุรกิจที่เข้ามาลงทุนให้ได้ฝึกปฏิบัติตามมาตรฐานสากลระดับสูงสุด โดยเป้าหมายหลักคือ การแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจากภาคธุรกิจ

รายงานระบุว่า สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนนั้น ถือว่าพัฒนาไปในทิศทางที่เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น สังเกตว่าตั้งแต่กฎหมายการลงทุนของชาวต่างชาติ พ.ศ. 2555 ออกมา ก็ได้แก้ไขไปแล้วหลายสิ่งจากกฎหมายการลงทุนของชาวต่างชาติ พ.ศ. 2531 เช่น ยกเลิกเงินทุนขั้นต่ำ ยกเลิกสัดส่วนขั้นต่ำของชาวต่างชาติในการร่วมทุนกับนักลงทุนท้องถิ่น เปลี่ยนกฎระเบียบเกี่ยวกับเงินส่งกลับประเทศ

อย่างไรก็ดี จากการจัดอันดับประเทศที่มีความเข้มงวดต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ของโออีซีดีในปี 2555 พม่ายังได้คะแนนสูงถึง 0.35 คะแนน หรือสูงเป็นอันดับ 2 จากการสำรวจทั้งหมดเกือบ 60 ประเทศ เป็นรองจากจีนเพียงประเทศเดียวเท่านั้น โดยสาเหตุหลักที่ได้คะแนนค่อนข้างสูง เนื่องจากพม่ายังมีข้อห้ามชาวต่างชาติลงทุนในหลายธุรกิจ รวมถึงยังมีข้อจำกัดการลงทุนภาคการผลิตอย่างการผลิตอาหาร

แต่ทั้งนี้ บรรดาอุปสรรคจากกฎหมาย ดูเหมือนจะยังไม่เป็นอุปสรรคสำหรับบางภาคธุรกิจ โดยในปีงบประมาณ 2557-2558 ของพม่า (เม.ย. 2557-มี.ค. 2558) มีเอฟดีไอไหลเข้าพม่าสูงถึง 8,010 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าที่พม่าตั้งเป้าไว้เป็นเท่าตัว โดยภาคที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด ได้แก่ ภาคน้ำมันและก๊าซ 26 โครงการ มูลค่า 3,220 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ตามด้วยคมนาคมและการสื่อสาร 1,679 ล้านเหรียญสหรัฐ

หลังจากนี้จึงเป็นเวลาที่ภาคเอกชนไทยต้องจับตาดูทิศทางกฎหมายและนโยบายเกี่ยวกับการลงทุนของพม่าให้ดี หากขยับเร็วเกินไปก็อาจเจอกฎหมายบางอย่างมากระทบในภายหลัง แต่หากขยับช้าเกินไปก็อาจเสียทีต่างชาติกลุ่มที่ยังตัดสินใจเดินหน้าลงทุน

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม