
ฟิทช์พอใจปตท.ปรับตัวสู้น้ำมัน
ฟิทช์การันตีอันดับเครดิต ปตท.ไม่เปลี่ยนแปลง เอาตัวรอดได้ยามวิกฤตน้ำมันร่วง
ฟิทช์การันตีอันดับเครดิต ปตท.ไม่เปลี่ยนแปลง เอาตัวรอดได้ยามวิกฤตน้ำมันร่วง
บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของ บริษัท ปตท. (PTT) ที่ระดับ “BBB+” อันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินในประเทศที่ระดับ “A-” และอันดับเครดิตสากลระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศที่ระดับ “F2” แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ
ในขณะเดียวกันคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ระดับ “AAA(tha)” ระยะสั้นที่ระดับ “F1+(tha)” และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิที่ระดับ “AAA(tha)” แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพเนื่องจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนทางการเงินที่ใช้ในการพิจารณาอันดับเครดิตของ ปตท. ในปี 2558 น่าจะอ่อนแอลง แต่ยังคงสอดคล้องกับอันดับเครดิตที่ระดับ “A-” ซึ่งเป็นอันดับเครดิตโดยลำพังของ ปตท. แต่อันดับเครดิตโดยลำพังของ ปตท. ถูกกดดันจากธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ลดความแข็งแกร่งลง เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่หามาทดแทนมีน้อยกว่าปริมาณการผลิตในช่วงสามปีที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณสำรองสำหรับการผลิตลดลงเหลือประมาณ 6 ปี ณ สิ้นปี 2557
อันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของ ปตท. ถูกจำกัดอยู่ที่ “BBB+” ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของประเทศไทย เนื่องจากกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น
รายใหญ่ของ ปตท.สัดส่วน 51%
การคงอันดับเครดิตของ ปตท. ฟิทช์ใช้สมมติฐานที่สำคัญในการประมาณการ เช่น ปริมาณการขายของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 6% ในปี 2558 แต่อิบิตดาลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ลดลงรวมถึงแผนการลงทุนประมาณ 7-9% ของยอดขายในปี 2558-2560
อันดับเครดิตโดยลำพังของ ปตท. สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจรของบริษัท โดยขนาดของธุรกิจ การดำเนินธุรกิจ และอัตราส่วนทางการเงินที่ใช้ในการจัดอันดับเครดิตของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของ ปตท. เทียบเคียงได้กับบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตสูงในกลุ่ม “BBB” ยกเว้นตัวเลขทางด้านปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำหรับการผลิต
ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิตมาจากแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลง แต่ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนน่าจะยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 2.5 เท่าในปี 2558-2559 ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากธุรกิจก๊าซที่มีความสม่ำเสมอ แผนการลงทุนที่ยังคงสูงแม้ถูกปรับลดลงประมาณ 9% จากงบลงทุนเดิมในระยะ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2558-2562) ซึ่งอยู่ที่ 3.27 แสนล้านบาทก็ตาม
สำหรับปัจจัยลบที่อาจมีผลกระทบทางลบต่ออันดับเครดิตโดยลำพังของ ปตท. ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎระเบียบ การแก้ไขสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ และการปรับค่าผ่านท่อก๊าซที่ส่งผลกระทบในแง่ลบ การลงทุน/การเข้าซื้อกิจการโดยใช้เงินกู้ยืมในจำนวนที่สูง และ/หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ต่ำกว่าที่คาด ปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 18-24 เดือนข้างหน้ากำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (อิบิตดา) จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติลดลงต่ำกว่า 20% ของอิบิตดารวมของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตโดยลำพังของ ปตท.ไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่เผชิญแรงกดดันและขนาดของธุรกิจปตท.เมื่อเทียบกับบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิตในกลุ่ม “A”







