posttoday
ยาชูกำลัง ที่ต้องการ

ยาชูกำลัง ที่ต้องการ

13 เมษายน 2558

ผ่านไปแล้วสำหรับไตรมาสแรกของปี 2558 ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญแรงกดดันมากมาย ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ภาพในตอนนี้เห็นชัดแล้วว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP Growth ในปีนี้คงไปไม่ถึงเป้า 4% ตามที่รัฐบาลคาดหมายไว้

ผ่านไปแล้วสำหรับไตรมาสแรกของปี 2558 ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญแรงกดดันมากมาย ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ภาพในตอนนี้เห็นชัดแล้วว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP Growth ในปีนี้คงไปไม่ถึงเป้า 4% ตามที่รัฐบาลคาดหมายไว้

ทั้งนี้ หากมองลึกลงไปในเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 4 ตัว ได้แก่ การส่งออก การบริโภคภายในประเทศ การลงทุนของภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐนั้น ตอนนี้เครื่องยนต์ที่พึ่งพาได้นั้นมีแค่การใช้จ่ายภาครัฐเท่านั้นค่ะ

เครื่องจักรสำคัญอย่างการส่งออกที่มีมูลค่าเกือบ 70% ของ GDP เป็นเครื่องจักรที่อ่อนล้าที่สุด ซึ่งปีนี้การส่งออกที่ออกมา 2 เดือนแรกถือว่าแย่กว่าคาด ซึ่งการส่งออกถือเป็นเครื่องยนต์ที่เราควบคุมได้น้อยที่สุด และคงจะพึ่งได้ลำบากในตอนนี้เพราะต้องขึ้นกับปัจจัยจากนอกประเทศเป็นหลัก

หากจะหันมาพึ่งภายในประเทศในส่วนของครัวเรือนและภาคเอกชนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย การบริโภคภายในประเทศเองขณะนี้ถูกจำกัดจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงกว่า 85% ต่อ GDP อีกทั้งแบงก์เองก็รัดกุมการปล่อยสินเชื่อต่างๆ มากขึ้น หากรายได้ของครัวเรือนไม่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน การบริโภคก็โตได้ลำบาก

ขณะที่รายได้ของครัวเรือนนั้นก็ไปผูกกับการลงทุนของภาคเอกชน แต่ภาพในตอนนี้เอกชนยังไม่มีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจในอนาคตมากนัก ดังนั้นการลงทุนจากเอกชนคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ในยามนี้ โดยเฉพาะหากยังไม่เห็นการเดินหน้าลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานตามที่รัฐประกาศเอาไว้

สำหรับปัญหาเศรษฐกิจในตอนนี้แม้ว่ารัฐจะมีความชัดเจนในการเดินหน้าโครงการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานก็ตามที แต่อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่จะเกิดกับเศรษฐกิจไทยนั้นจะเป็นในเชิงของการเกิดการเติบโตในระยะปานกลางถึงระยะยาวเป็นหลัก ซึ่งนั่นหมายความว่าเราจะหวังพึ่งการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐให้มากระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวในระยะสั้นได้ไม่มากค่ะ

สิ่งที่รัฐสามารถทำได้ทันทีในระยะสั้น ก็คือ การออกมาตรการในเชิงของการให้ “แรงจูงใจ” ทางเศรษฐกิจแก่ภาคเอกชนผ่านการผ่อนคลายหรือยกเว้นภาษีประเภทต่างๆ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและสร้างแรงจูงใจในระยะสั้นให้ภาคเอกชนและครัวเรือน เช่น การยกเว้นภาษีการซื้อบ้าน การยกเว้นภาษีเกี่ยวกับรถยนต์ เป็นต้น

มาตรการนี้สามารถช่วยให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายในระยะใกล้ได้ และจะช่วยกระตุ้นให้การบริโภคฟื้นตัวได้ ขณะที่ภาคเอกชนเองแม้จะมีการให้แรงจูงใจโดยรัฐ แต่ว่าปัจจัยหลักที่จะตัดสินการลงทุนของภาคเอกชนยังอยู่ที่ความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต

โดยสรุปแล้วในสถานการณ์ขณะนี้ ภาครัฐจะต้องเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อชดเชยการส่งออกและการบริโภคที่ชะลอตัวลง โดยหากรัฐมีความชัดเจนและสามารถเริ่มการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานได้ก็จะส่งผลให้การลงทุนของภาคเอกชนเกิดขึ้นตามมา

แต่ในระยะสั้นรัฐเองก็ต้องเสริมมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการบริโภคกระเตื้องขึ้นในระยะสั้น ผ่านการผ่อนคลายทางภาษีรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในตอนนี้ค่ะ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม