posttoday
จีนเลิกตรึงเงินหยวน แล้วไทยจะได้หรือเสีย?

จีนเลิกตรึงเงินหยวน แล้วไทยจะได้หรือเสีย?

23 มิถุนายน 2553

....รศ.ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์

ตลาดหุ้นไทยพุ่งทะลุ 800 จุดอีกครั้งจากข่าวธนาคารจีนประกาศให้เงินหยวนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น หลังจากที่ได้ใช้มาตรการตรึงค่าเงินหยวนกับเงินเหรียญสหรัฐมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปี ซึ่งข่าวนี้ทำให้เงินหยวนแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 5 ปี มาอยู่ที่ประมาณ 6.8 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนก็ได้ออกตัวไว้ก่อนว่าจะไม่ทำให้เงินหยวนปรับค่าแรงและเร็วเกินไป โดยให้ปรับขึ้นลงได้ไม่เกิน 0.5% ของราคาอ้างอิง ซึ่งกลยุทธ์ “จับแล้วปล่อย” ค่าเงินหยวนของจีนในครั้งนี้เป็นการ “หยวน” (หรือ “ยอม” ในภาษาจีน) กับบรรดาคู่ค้าของจีน โดยเฉพาะสหรัฐที่เป็นคู่ค้าสำคัญและพยายามจะส่งออกหารายได้เข้าประเทศบ้าง แต่ที่ผ่านมาทำได้ยากเพราะจีนเล่นผูกค่าเงินหยวนกับเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ค่าเงินจีน “อ่อนเกินไป” เมื่อเทียบกับโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีน สินค้าของสหรัฐจึงไม่สามารถทำราคาถูกลงและ “ขายไม่ออก” ในขณะที่สินค้าถูกๆ จากจีนก็ยังคงทะลักเข้าไปขายในสหรัฐ และทำให้สหรัฐขาดดุลการค้าบานเบอะและไม่สามารถลดการขาดดุลดังที่ตั้งใจไว้

นอกจากนี้ก็เป็นการลดกระแสกดดันก่อนการประชุม G20 ซึ่งจะมีขึ้นที่แคนาดา ระหว่างวันที่ 2627 มิ.ย. ที่จะถึงในปลายสัปดาห์นี้ ซึ่ง “ลูกเล่น” ของจีนในครั้งนี้นับว่า “ได้ผล” เพราะทั้ง “โอบามา” และใครต่อใครทั้งในอเมริกาและยุโรปต่างก็ขานรับชื่นชมกับความพยายามของจีนในครั้งนี้

แต่ถ้าคิดให้ดี ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าเงินหยวนจะแข็งค่าอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่ เพราะมาตรการครั้งนี้เป็นเพียง “การยืดหยุ่น” ไม่ใช่การปล่อยให้ค่าเงินหยวน “ลอยตัว” ซึ่งจีนก็ยังคุมไม่ให้แถบการเคลื่อนไหวกว้างเกินไป และยังเป็นการเลือกจังหวะเวลาที่ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนตัวอย่างต่อเนื่องจากวิกฤตหนี้สาธารณะในหลายประเทศของยุโรป

เนื่องจากยุโรปก็เป็นคู่ค้าที่สำคัญของจีน การที่ค่าเงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ค่าเงินหยวนแม้จะแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโร แต่ถ้าเงินยูโรด้อยค่าลงมากๆ อาจทำให้เงินหยวนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐก็ได้ ทำให้ความคาดหวังของสหรัฐที่จะขายของราคาถูกๆ ไปให้จีนบ้างอาจไม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้

จากการที่จีนมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง มีการเติบโตสูงและไม่ได้ถดถอยเหมือนประเทศอื่นๆ ทำให้ที่ผ่านมาจีนมีรายได้เข้าประเทศ ทำให้มีการบริโภคภายในประเทศมากขึ้นและมีกำลังซื้อสูงขึ้น ประเทศทั้งหลายจึงเห็นว่านับจากนี้จีนควรเป็น “ผู้ซื้อ” มากกว่า “ผู้ขาย” จึงผลักดันให้จีนเพิ่มค่าเงินหยวนเพื่อให้จีนซื้อของมากขึ้นและขายของให้น้อยลง

จีนเองก็อาจปล่อยให้ค่าเงินแข็งระยะหนึ่ง และอาจออกมาตรการ “ชะลอ” การเติบโตทางเศรษฐกิจโดยการขึ้นดอกเบี้ยและคุมสินเชื่อ เนื่องจากเศรษฐกิจจีนในขณะนี้ก็นับว่าร้อนแรงเกินไป แต่ก็อาจพลิกกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งเมื่อเศรษฐกิจร่อนลง (Soft Landing) ได้ที่แล้ว เมื่อนั้นจีนก็คงกลับมาใช้มาตรการ “หยวนอ่อน” เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอีกครั้ง

ส่วนไทยก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ขาดดุลการค้ากับจีนมาโดยตลอด โดยขาดดุลประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาทในปีที่แล้วและ 2.2 หมื่นล้านบาทใน 4 เดือนแรกของปีนี้ โดยสัดส่วนการค้าและการส่งออกของไทยกับจีนคิดเป็นประมาณ 10% ของการค้าและการส่งออกทั้งหมดของไทย จะเห็นได้ว่าจีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญ และเราก็เหมือนประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการ “ขายของ” ไปที่จีน ซึ่งที่ผ่านมาแม้เราจะส่งออกเพิ่มขึ้นนำเข้าน้อยลง แต่โดยรวมก็ยังขาดดุลกับจีนอยู่ดี

เพื่อที่จะขายของให้จีนได้มากขึ้น เราจึงต้องคาดหวังให้ค่าเงินบาทอ่อนเมื่อเทียบกับหยวน ซึ่งในระยะสั้นคงเป็นเช่นนั้น แต่ก็จะแข็งตามหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการค้าและการส่งออกไปที่สหรัฐ ก็ประมาณ 10% ใกล้เคียงกับจีน ดังนั้นเราอาจขายของไปจีนได้มากขึ้น แต่ในทางกลับกันเราก็จะขายของไปสหรัฐ ได้น้อยลง เมื่อรวมการค้ากับอาเชียนที่ทำกับจีนและสหรัฐ ความได้เปรียบด้านการค้าของไทยโดยรวมก็อาจไม่มากอย่างที่คิด

แต่ไม่ว่าค่าเงินบาทจะอ่อนหรือแข็งเมื่อเทียบกับค่าเงินของคู่ค้า แต่สำหรับผู้ประกอบการไทยก็ควร “กันไว้ก่อน” จะดีที่สุด เพราะทศวรรษนี้ยังคงเป็นยุคของ “วิกฤตการณ์” และ “ความผันผวน” การป้องกันความเสี่ยงอย่างรอบคอบจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคทางเศรษฐกิจได้

ทางการเองก็ควรพัฒนาเครื่องมือบริหารความเสี่ยงเช่น “อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราล่วงหน้า” หรือ Currency Futures เพื่อให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ล่วงหน้าหรือ TFEX (Thailand Futures Exchange) อย่างเป็นทางการ

ในเมื่อเราไม่สามารถสกัดกั้นกระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนและการค้าระหว่างประเทศได้ ก็ควรให้ผู้ประกอบการมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงให้มากที่สุด เปรียบเสมือนให้ไปรบกับข้าศึก ก็ต้องให้อาวุธครบมือ และต้องเป็นอาวุธที่ทันสมัย ไม่ใช่ให้แต่ “ก้อนหิน” แล้วจะไปสู้กับข้าศึกที่มี “เอ็ม 79” ได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69