posttoday
ตลาดหุ้นอาจอ่อนแอตลอดครึ่งปีแรก

ตลาดหุ้นอาจอ่อนแอตลอดครึ่งปีแรก

07 เมษายน 2558

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

การปรับประมาณการ GDP ของ ธปท.ยังมีความเสี่ยงที่จะพลาดเป้าที่ 3.8% ยกเว้นการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจะมาตามนัด กระตุ้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ภาพจึงจะสดใสขึ้น การลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกควรเลือกหุ้นเป็นรายตัวที่มีข่าวเฉพาะสำหรับนักลงทุนระยะสั้น สำหรับนักลงทุนระยะยาว ช่วงครึ่งปีแรกเป็นช่วงช็อปปิ้ง แต่ต้องฉวยจังหวะดีๆ ต่อราคามากๆ ไม่ต้องรีบร้อน  

ประมาณการเศรษฐกิจที่ ธปท.ปรับลง ยังมี Downside

GDP ปี 2558 ที่ ธปท.ปรับลงจาก 4% เหลือ 3.8% ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนมากกว่าทุกครั้ง เพราะเมื่อมองไปข้างหน้าพบว่ายังมีความเสี่ยงที่จะปรับลงได้อีก สาเหตุหลักที่ ธปท.มีมุมมองเศรษฐกิจแย่ลง เพราะการจับจ่ายใช้สอยอ่อนแรงกว่าเพราะขาดความเชื่อมั่น เนื่องจากการใช้จ่ายและลงทุนภาครัฐล่าช้า การเบิกจ่ายงบประมาณมีข้อจำกัดจากประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการที่ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เร็ว

สิ่งที่ ธปท.ปรับลดลงมากที่สุดจึงเป็นการลงทุนภาคเอกชนจากเดิมคาดขยายตัว 7.2% เหลือ 3.1% ส่วนการลงทุนภาครัฐลดลงจาก 11% เหลือ 8% การบริโภคภาคเอกชนจาก 3.1% เหลือ 2.4% ส่วนการส่งออกก็ถูกปรับลงจากเดิมขยายตัว 1% เหลือเพียง 0.8% เห็นได้ชัดว่าเป้าประสงค์หลักของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อการประชุมเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นไปเพื่อพยุงความเชื่อมั่นของภาคเอกชน มากกว่าจะหวังผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงคิดว่าประมาณการของ ธปท.ที่ 3.8% ยังมี Downside หากการบริโภคอ่อนแอกว่านี้ เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีโอกาสขยายตัวเพียง 2%

ลุ้นผลประกอบการไตรมาสแรกไม่ให้แย่ไปกว่าที่คาด

ผลประกอบการในไตรมาสแรกของหุ้นกลุ่มหลักในตลาด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพลังงาน ธนาคาร ที่อยู่อาศัย และสื่อสาร จะยังเติบโตได้ไม่ดีนักเมื่อเทียบทั้ง Q-Q และ Y-Y ยกเว้นกลุ่มพลังงานที่กำไรในไตรมาสแรกจะเติบโตจากการไม่มีผลขาดทุนจากสต๊อกเป็นตัวฉุด กลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มแรกที่จะรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปลายเดือนนี้ นักวิเคราะห์ของเราคาดว่ากำไรของกลุ่มจะขยายตัวเพียง 6-8% Y-Y ถือเป็นอัตราค่อนข้างต่ำ โดยสินเชื่อน่าจะขยายตัวได้เพียง 0-2% จากสิ้นปีก่อน ขณะที่กำไรในไตรมาส 2 จะถูกกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่อาจแคบลงตามการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย

กลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาสแรกจะออกมาดี นอกเหนือจากกลุ่มสายการบินและโรงแรมแล้ว กลุ่มไฟแนนซ์หรือเช่าซื้อถือว่าน่าจับตามอง โดยเฉพาะ MTLS และ GL เพราะได้ประโยชน์จากความต้องการสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าระดับรากหญ้าที่เข้าถึงสถาบันการเงินยาก ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการลดดอกเบี้ยของ ธปท. ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนในไตรมาส 2 จึงยิ่งได้อานิสงส์ ตรงข้ามกับธุรกิจที่มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มรากหญ้า เช่น SINGER, MC และกลุ่มค้าปลีก แม้ว่าหุ้นหลายตัวจะมี P/E ต่ำ แต่การปรับขึ้นของราคาหุ้นในระยะนี้ยังเป็นไปอย่างจำกัด เพราะถูกกดดันจากผลประกอบการ

ตลาดหุ้นครึ่งปีแรกอึมครึม ครึ่งหลังสดใส

ตลาดหุ้นมีโอกาสอ่อนตัวในเดือนนี้ตามภาพเศรษฐกิจ แต่คิดว่าไม่น่าแย่ไปกว่าจุดต่ำเดิมคือ 1,480 จุด ถึงแม้ผลประกอบการไตรมาสแรกยังดูไม่ดี แต่คิดว่ายังเร็วเกินไปที่จะปรับประมาณ เพราะเพิ่งปรับ EPS ของตลาดลง 6% เหลือ 102 บาท จากเดิม 108 บาท

ระดับดัชนีปัจจุบันคิดเป็น Forward P/E ปี 2015 ที่ 15 เท่า เมื่อเทียบกับกรอบในอดีตที่ 13.3-17 เท่า ถือว่าไม่แพงแต่ก็ไม่ถูกจนน่าซื้อ เป้าดัชนี 1,650 จุด เชื่อว่ามีโอกาสเห็นในช่วงปลายปีทั้งเศรษฐกิจที่เริ่มกระเตื้องและ Fund Flow ที่เริ่มเข้า

แต่สำหรับครึ่งปีแรกที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศล่าช้า ประกอบกับกำไรของตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก คาดว่า SET จะแกว่งในกรอบ 1,450-1,550 จุด (อิง EPS 4 ไตรมาสย้อนหลัง และ P/E 15-17 เท่า)     

กลุ่มรับเหมาอาจฟื้นหากโครงการใหญ่เข้า ครม.เดือนนี้ 

แม้ในช่วงเกือบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 งบลงทุนจะถูกเบิกจ่ายไปเพียง 19% ของงบทั้งปี 4.49 แสนล้านบาท แต่ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาปรับลงมาเกือบ 30% จากจุดสูงสุดในช่วงปลายเดือน ก.พ. จนราคาหุ้นหลายตัวต่ำกว่าช่วงต้นปี และมี Valuation ถูก

หากรัฐบาลเร่งอนุมัติการประมูลโครงการต่างๆ กลุ่มรับเหมาอาจกลับมานำตลาดได้อีกครั้ง ข่าวดีคือ ล่าสุดกระทรวงคมนาคมเตรียมดัน 4 โครงการ (รถไฟฟ้าสายสีชมพู สีเหลือง สีส้ม รถไฟทางคู่ (จิระ-ขอนแก่น)) เข้า ครม.ก่อนวันที่ 15 เม.ย.นี้ ส่วนโครงการมอเตอร์เวย์อยู่ระหว่างรอความเห็นจาก สศช. คาดว่าจะเข้า ครม.เดือน มิ.ย. หุ้นที่เราชอบยังเป็น CK (พื้นฐาน 30 บาท) STEC (พื้นฐาน 28 บาท) และ ITD (พื้นฐาน 8.10 บาท)

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม