
เตือนใช้มาตรา44ระวัง หวั่นต่างชาติขนเงินหนี
นักเศรษฐศาสตร์แนะใช้มาตรา 44 อย่างระวัง หวั่นส่งสัญญาณผิดทำต่างชาติหนี เชื่อท่องเที่ยว-ตลาดทุนได้ประโยชน์
นักเศรษฐศาสตร์แนะใช้มาตรา 44 อย่างระวัง หวั่นส่งสัญญาณผิดทำต่างชาติหนี เชื่อท่องเที่ยว-ตลาดทุนได้ประโยชน์
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีและคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยถึงการใช้มาตรา 44 ในเชิงเศรษฐกิจว่า ในระยะสั้นน่าจะทำให้ตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทยคึกคักขึ้นได้เล็กน้อย เนื่องจากการยกเลิกกฎอัยการศึกจะทำให้บริษัทประกันต่างชาติสามารถเปิดรับประกันได้ ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปและสหรัฐขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับกองทุนต่างชาติที่สามารถกลับเข้ามาลงทุนในไทยได้ จากเดิมที่ก่อนหน้านี้มีหลายกองทุนที่มีนโยบายไม่ลงทุนในประเทศที่ประกาศกฎอัยการศึก
อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรา 44 แทนที่กฎอัยการศึกก็ยังมีข้อจำกัดสำคัญอยู่ เพราะเป็นการส่งสัญญาณถึงความไม่ปกติและความขัดแย้งรุนแรง รวมถึงปัญหาเสถียรภาพการเมืองที่ยังดำรงอยู่ ขณะเดียวกันหากใช้มาตรา 44 ไม่ระมัดระวังอาจจะเกิดเงินฝืดได้ เงินลงทุนอาจไหลออกจำนวนมากหลังจากต่างชาติได้รับเงินปันผลจากบริษัทประมาณ 7.7 หมื่นล้านบาทในช่วงเดือน พ.ค.นี้ ดังนั้นหากสามารถใช้กฎหมายปกติได้ ก็จะเป็นการส่งสัญญาณต่อนักลงทุนที่ดีกว่าว่าเมืองไทยมีเสถียรภาพและสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว
สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวในระยะปานกลางและระยะยาวนั้น เชื่อว่ายังไม่มีผลมากนัก ปีนี้เศรษฐกิจจะยังคงขยายตัวได้ แม้อัตราการขยายตัวต่ำกว่าที่ควรจะเป็นแต่ยังไม่มีสัญญาณชี้ว่าจะเกิดภาวะเงินฝืดจากอุปสงค์หดตัวในอนาคตอันใกล้ โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปีน่าจะอยู่ที่ระดับ 0.2-0.5%และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.2-1.3%







